ทำความเข้าในเรียนรู้ในเรื่องของความหมายที่แท้จริงของคริสตจักร

August 9th, 2014

เมื่อพูดถึงคริสตจักร คริสเตียนหลายคนเข้าใจว่า ตัวอาคารที่ใช้สำหรับการประชุมของคริสเตียน หรือหน่วยงานองค์กรนิติบุคคลที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐ และคริสตจักรในความหมายของภาษากรีกคือ กลุ่มคนที่ถูกเรียกออกมาเพื่อบางอย่าง หรือคริสตจักรคือคริสเตียนกลุ่มหนึ่งที่ถูกเรียกออกมาจากโลกนี้ จริงๆแล้วความหมายดังกล่าวไม่ได้ผิดแต่อย่างได แต่เป็นความหมายที่ไม่ครบถ้วนตามความหมายของภาษาฮีบรู คริสตจักรในความหมายของภาษาฮีบรู หมายถึงชุมชนของอิสราเอลในความหมายกว้างๆ หรือความหมายที่เจาะจงคือ ชุมชนของอิสราเอลที่เชื่อในพระเมสิยาห์ หรือพระคริสต์นั่นเอง ถ้าเราจะลงลึกในความหมายของคำว่าคริสตจักรในบริบทของคนฮีบรู เราจะเห็นว่ามีความหมายเกี่ยวข้องกับ อาณาจักรของอิสราเอล หรือ บ่อยครั้งที่พระเยซูกล่าวถึงคือ แผ่นดินของพระเจ้า

สำหรับคนยิว คำว่าแผ่นดินของพระเจ้า และแผ่นดินสวรรค์ มีความหมายเดียวกัน คนยิวจะเข้าใจว่า เมื่อกล่าวถึงแผ่นดินสวรรค์ก็มีความหมายว่าเป็นแผ่นดินของพระเจ้านั่นเอง  เนื่องจากคนยิวจะระมัดระวังอย่างมากในการใช้คำว่าพระเจ้า  หลายครั้งจึงใช้คำว่าแผ่นดินสรรค์แทน และหัวใจของแผ่นดินของพระเจ้าคือ การที่มีพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์ครอบครองนั่นเอง  นี่เป็นเหตุผลที่เมื่อชนชาติอิสราเอลต้องการมีกษัตริย์ที่เป็นมนุษย์ ทำให้พระเจ้าโกรธและกล่าวว่าเขากบฏต่อพระองค์ พระคัมภีร์ใหม่หลายครั้งกล่าวว่า พระเยซูทรงเป็นศีรษะของคริสตจักรหรือ พระเยซูทรงเป็นศีรษะของชุมชนของพระเมสิยาห์ คำว่าศีรษะมีความหมายเดียวกันกับ กษัตริย์ เช่น หลายครั้งพระคัมภีร์กล่าวว่า ศีรษะของซีเรียคือดามัสกัส และศีรษะของดามัสกัสคือกษัตริย์ที่ปกครองอยู่ในเวลานั้นสรุปให้เข้าใจง่ายคือ คริสตจักรคือชุมชนที่มีพระเมสิยาห์หรือพระคริสต์ทรงเป็นกษัตริย์หรือศีรษะ

คริสตจักรคือชุมชนอิสราเอลที่แท้จริง ประเด็นสำคัญของคนยิว ไม่ใช่เรื่องคำสอนว่าพระเมสิยาห์คือใคร เพราะคนยิวทุกคนล้วนถูกสอนมาตั้งแต่เด็กๆมาแล้วว่า พระเมสิยาห์ทรงเป็นพระเจ้าที่จะมาไถ่บาปมนุษย์และจะสร้างอาณาจักรของพระองค์ ขึ้นอย่างแท้จริง คำว่าอาณาจักรของพระเจ้านั้นคือ คริสตจักร แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดของคนยิวคือ ต้องเชื่อว่าพระเมสิยาห์นั้นเสด็จมาแล้วเมื่อสองพันปีที่ผ่านมา เพราะคนยิวหลายคนไม่เชื่อว่าเยซูชาวนาซาเร็ธทรงเป็นพระเมสิยาห์ คำว่าคริสตจักรแท้จริงแล้วก็คือแผ่นดินของพระเจ้านั่นเอง หลายคนในทุกวันนี้ไม่เข้าใจในความหมายแผ่นดินของพระเจ้าและคริสตจักรอย่าง แท้จริง เหตุผลหลักอย่างหนึ่งก็คือเรามีมุมมองของคนต่างชาติ และฝรั่งที่นำความรอดของพระเยซูคริสต์เข้ามาประกาศในบ้านเราก็มีมุมมองของ ฝรั่ง  ที่มีรากฐานการมองแบบกรีก

Categories: การศึกษา

Tags: , Comments Off

คริสตจักรเป็นแหล่งแห่งการเรียนรู้จักพระเจ้า

July 26th, 2014


คริสตจักรคือพระกายของพระคริสต์ กล่าวว่า “พระเจ้าได้ทรงปราบสิ่งสารพัดลงไว้ใต้พระบาทของพระคริสต์ และได้ทรงตั้งพระองค์ไว้เป็นประมุขเหนือสิ่งสารพัดแห่งคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ คือซึ่งเต็มบริบูรณ์ด้วยพระองค์ ผู้ทรงอยู่เต็มทุกอย่างทุกแห่งหน” พระกายของพระคริสต์ประกอบด้วยผู้เชื่อทุกคนตั้งแต่สมัยเพนเทคศเตจนถึงวันที่พระองค์จะเสด็จมารับเรา พระกายของพระคริสต์ประกอบด้วย
1 คริสตจักรสากลคือคริสตจักรที่ประกอบด้วยทุกคนที่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเยซูคริสต์ กล่าวว่า “เพราะว่าถึงเราจะเป็นพวกยิวหรือพวกต่างชาติ เป็นทาสหรือมิใช่ทาสก็ตาม เราทั้งหลายได้รับบัพติศมาโดยพระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็นกายอันเดียวกัน และพระวิญญาณองค์เดียวกันนั้นซาบซ่านอยู่” เราจะเห็นว่าใครก็ตามที่เชื่อคือส่วนหนึ่งของพระกายของพระคริสต์ คริสตจักรของพระเจ้าที่แท้จริงไม่ใช่อาคารหรือนิกายใดทั้งสิ้น คริสตจักรสากลของพระเจ้าคือผู้ที่ได้รับความรอดโดยทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์

2 คริสตจักรท้องถิ่นซึ่งได้มีกล่าวไว้ในหนังสือกาลาเทีย ว่า “เปาโล ผู้เป็นอัครสาวก และบรรดาพี่น้องที่อยู่กับข้าพเจ้า เรียน คริสตจักรทั้งหลายแห่งแคว้นกาลาเทีย” ตรงนี้เราจะเห็นว่ามีคริสตจักรหลายแห่งในเมืองกาลาเทีย เราเรียกคริสตจักรเหล่านี้ว่าคริสตจักรท้องถิ่น คริสตจักรแบพติส, ลูเธอร์เร็น, คาทอลิก, ฯลฯ ไม่ใช่คริสตจักรดังเช่นคริสตจักรสากล แต่เป็นคริสตจักรท้องถิ่น คริสตจักรสากลประกอบด้วยผู้ที่วางใจในพระคริสต์สำหรับความรอด คริสตจักรสากลเหล่านี้ควรแสวงหาความสัมพันธ์จากคริสตจักรท้องถิ่นและทำให้ตัวเองจำเริญขึ้น

คริสตจักรเป็นที่ๆเรียนรู้จักสิ่งดีจากชีวิตของผู้เชื่ออื่นๆ
คริสตจักรเป็นชุมชน การมาที่คริสตจักรทำให้เราได้เรียนรู้จักวิถีชีวิตของผู้อืน เพื่อเราเองจะได้เรียนรู้จักสิ่งดีของกันและกัน รับกำลังใจจากกันและกัน หรือ หากมีปัญหาใดๆก็จะได้ช่วยเหลือแบ่งปันกัน ตามคำสอนของพระคัมภีร์

คริสตจักรเป็นที่ๆเสริมสร้างชีวิต ด้านจริยธรรม คริสจักรเป็นที่แห่งการอบรมผู้เชื่อให้ดำเนินชีวิตในทางพระเจ้าอันเนการอบรมรมในทางจริยะธรรม
ด้านอารมณ์และความคิด คริสตจักรได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อคนทุกกลุ่มวัย ผู้เชื่อจะได้เรียนรู้จักการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น การทำงานร่วมกับผู้อื่น การพักผ่อน ผ่านกิจกรรมต่างๆ ด้านพัฒนาความรู้ความสามารถ ในคริสตจักรเปิดโอกาสให้สมาชิก ได้นำความรู้ความสามารถที่มีมาใช้ในคริสตจักรได้ รวมถึงสามารถที่จะเรียนรู้เรื่องอื่นๆตามความสนใจได้

 

Categories: การศึกษา

Tags: Comments Off

การศึกษาสาระความจริงของชีวิตตามแนวศาสนาคริสต์

June 26th, 2014


ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาใหญ่ศาสนาหนึ่งมีคนนับถือมากทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปยุโรปและอเมริกา ได้เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยตั้งแต่รัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันมีคริสต์ในประเทศไทยมากเป็นอันดับที่ 3 รองลงมาจากพุทธและอิสลาม ซึ่งคำว่า คริสต์ มาจากภาษากรีก

สาระความรู้ชีวิตตามศาสนาคริสต์ ประกอบไปด้วย
หลักสำคัญที่สุดของศาสนาคริสต์ คือ สร้างแสงสว่าง สร้างท้องฟ้า สร้างน้ำ  ทะเล สร้างพระอาทิตย์ พระจันทร์สร้างนกและปลา สร้างมนุษย์คนแรก
ลักษณะของคนตามทัศนะศาสนาคริสต์ คือ คนเป็นศูนย์กลางของสรรพสิ่ง คนเป็นสิ่งสูงศักดิ์ที่สุด คนเป็นฉายาของพระเจ้า ชีวิตของคนขึ้นอยู่กับพระเจ้า
สำหรับพิธีกรรมในการดำเนินชีวิตหรือที่เรียกว่า ศาสนกิจ คือ กิจที่จะต้องทำในศาสนา เช่น พิธีกรรมต่าง มี 7 อย่าง คือ
1.ศีลล้างบาป คือ ผู้ที่จะเข้ามานับถือศาสนาคริสต์จำต้องทำพิธีล้างบาป
2.ศีลกำลัง คือ จะทำกับเด็กโตซึ่งรู้สึกรับผิดชอบแล้ว โดยวางมือทั้ง 2 มือลงบนศีรษะเด็กแล้วเจิมน้ำมันที่หน้าผากเป็นรูปกางเขน
3.ศีลมหาสนิท คือ ชาวคริสต์จะพากันไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์และเมื่อสวดมนต์เสร็จแล้ว
4.ศีลล้างบาป คือ เพื่อสารภาพถึงการทำความผิดนั้น และขออภัยโทษจากพระเจ้า
5.ศีลสมรส คือ โดยให้คู่บ่าวสาวประกาศให้คำมั่นออกมาว่าจะเป็นสามีภรรยากันไปไม่หย่าร้างตลอดชีวิต จะนับถือพระเจ้าชั่วชีวิต
6.ศีลบวช คือ เฉพาะผู้เลื่อมใสมั่นคงและพร้อมทีจะรับใช้พระศาสนาเท่านั้น
7. ศีลเจิมครั้งสุดท้าย คือ จะทำให้เฉพาะคนป่วยหนักใกล้มรณะเพื่อชำระบาปที่ยู่ให้หมดไป
สำหรับในประเทศไทยศาสนาคริสต์ได้เข้ามาก่อนเมื่อปี พ.ศ. 2052 ในสมัยอยุธยา โดยบาทหลวงคนแรกชื่อบาทหลวงพอล มิชชั่นนารีหรือหมอบรัดเลย์ผู้นำแท่นพิมพ์เข้ามาในประเทศไทยเป็นคนแรก หมอแมคคอมิคผู้อุทิศตัวแก่ประชาชนในเมืองเชียงใหม่และตั้งโรงพยาบาลแมคคอมิคในเมืองเชียงใหม่ ในปัจจุบัน คริสตจักรโปรเตสแตนท์ในไทยต่างๆ เช่น คริสตจักรใจสมาน คริสตจักรสามัคคีธรรมกรุงเทพ คริสตจักรร่มเย็น คริสตจักรสืบสัมพันธวงศ์ คริสตจักรน้ำพระทัย คริสตจักรไมตรีจิต คริสตจักรพระพร เป็นต้น

Categories: การศึกษา

Tags: Comments Off

การศึกษาคริสตจักร พระเยซูมาบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยไถ่มนุษย์จากบาป

May 24th, 2014

คริสตจักร คริสต์ศาสนิกชนโรมันคาทอลิกในประเทศไทยเรียกว่าพระศาสนจักร คือประชาคมของผู้เชื่อและยอมรับว่าพระเยซูเป็นพระคริสต์ มาบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยไถ่มนุษย์จากบาป ประชาคมนี้ถือเป็นหนึ่งเดียวกัน หากเปรียบเป็นร่างกาย พระเยซูคือศีรษะ และคริสตจักรคือร่างกายส่วนอื่น ๆ ทั้งหมด หรืออีกนัยหนึ่งคือคริสตชนทุกคนเปรียบเหมือนอวัยวะส่วนต่าง ๆ ในร่างกายเดียวกัน โดยมีพระเยซูทรงเป็นหลัก และคริสตชนทุกคนจะร่วมกันปฏิบัติพันธกิจคือการประกาศข่าวดีว่าพระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาป มนุษย์ทุกคนที่เชื่อจะพ้นจากบาป และเชื่อว่าจะได้รับบำเหน็จจากพระเป็นเจ้าในการพิพากษาครั้งสุดท้าย

แม้ว่าคริสตชนทุกคนจะเป็นหนึ่งเดียวกันในความเชื่อเรื่องการไถ่บาปของพระเยซู แต่ประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมของมนุษย์ก็ทำให้คริสตชนมีความเชื่อปลีกย่อยอื่น ๆ พิธีกรรม และการจัดระบบองค์กรคริสตจักรไว้แตกต่างกัน ในปัจจุบันคริสตจักรจึงถูกแบ่งเป็นนิกายย่อยต่าง ๆ มากมาย โดยมีคริสตจักรสำคัญอยู่ 3 คริสตจักร คือ โรมันคาทอลิก โปรเตสแตนต์ และออร์ทอดอกซ์ เฉพาะนิกายโปรเตสแตนต์ก็ประกอบด้วยหลายคริสตจักรย่อย เช่น ลูเทอแรน เพรสไบทีเรียน แองกลิคัน แบปทิสต์ เซเวนต์เดย์แอดเวนทิสต์ เป็นต้น

คริสตจักรแห่งความรักและการสามัคคีธรรม
พระเยซูทรงปรารถนาให้คริสเตียนทุกคนรักซึ่งกันและกัน และรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ดังนั้น คริสตจักรจึงปรารถนาที่จะเห็นสมาชิกทุกคนในคริสตจักรมีความรักต่อคนทั้งปวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อพี่น้อง คริสเตียน กล่าวว่า “เหตุฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาส ให้เราทำดีต่อคนทั้งปวง และเฉพาะอย่างยิ่งต่อครอบครัวที่มีความเชื่อ” เราสอนและส่งเสริมให้ทุกคนแสดงออกถึงความรักต่อกันและกัน ให้อภัยกัน ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปันซึ่งกันและกัน โดยผ่านการสามัคคีธรรมและการใช้เวลาด้วยกัน แม้คริสตจักรของเราจะเป็นคริสตจักรที่มีขนาดใหญ่ แต่สมาชิกในคริสตจักรฯ ก็มีความรักและ ผูกพันกัน เพราะสมาชิกทุกคนมีโอกาสได้สามัคคีธรรมกันอย่างใกล้ชิดในกลุ่มสร้างสรรค์ชีวิตซึ่งเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อทุกคนจะได้มีความสัมพันธ์กัน รับการดูแลเอาใจใส่ อธิษฐานเผื่อกันและกัน ได้เรียนรู้จากพี่น้อง ขัดเกลาชีวิตซึ่งกันและกัน เพื่อที่ทุกคนจะเติบโตไปสู่ความไพบูลย์ของพระคริสต์

 

Categories: การศึกษา

Tags: Comments Off

การศึกษาศาสนาคริสต์ที่เกี่ยวกับพระเยซู

April 21st, 2014

การศึกษาศาสนาคริสต์ที่เกี่ยวกับพระเยซู

ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดศาสนาหนึ่ง มีลักษณะ เป็นศาสนาเทวนิยม  ซึ่งนับถือพระเจ้าองค์เดียว คือ พระยะโฮวา หรือ พระยาเวห์  คำว่า “คริสต์” มาจากภาษากรีกว่า “คริสตอล” แปลว่า ผู้ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของพระเจ้า ศาสนาคริสต์ เป็นศาสนา ที่เน้นการมอบความรักที่บริสุทธิ์ให้แก่กัน  เพราะหลักการขอศาสนาคริสต์ เป็นศาสนา ที่พัฒนาหรือปฏิรูปมาจากศาสนายิว หรือ ยุดาย  ดังนั้น การศึกษาศาสนาคริสต์ จึงต้องศึกษาที่ศาสนายูดายก่อนประมาณ 2,000 ปี ก่อนคริสต์กาล  ชนเผ่าหนึ่ง เป็นบรรบุรุษ ของชาวยิว ตั้งถิ่นฐานอยู่  ณ ดินแดนเมโสโปเตเมีย มีหัวหน้าเผ่าชื่อ “อับราฮัมได้อ้างตนว่า ได้รับโองการจากพระเจ้า ให้อพยพ ชนเผ่าไปอยู่ในดินแดนที่เรียกว่า คานาอัน โดยอับราฮัม กล่าวว่า พระเจ้ากำหนดและสัญญาให้ชนเผ่านี้ เป็นชนชาติ ที่ยิ่งใหญ่ต่อไป การที่พระเจ้าสัญญา จึงก่อให้เกิดพันธสัญญา ระหว่างพระเจ้ากับชนชาวยิว  ดังนั้น ในเวลาต่อมา จึงเรียกคัมภีร์ ของศาสนายูดาย และศาสนาคริสต์ว่า “พันธสัญญา” ศาสนาคริสต์ ถือว่า มนุษย์ทุกคน เป็นบุตรของพระเจ้า

พระเยซูมีเชื้อชาติยิว คริสต์ศาสนาถือว่า วันสมภพของพระองค์ คือ วันที่ 25 ธันวาคม  ค.ศ. 1 ณ หมู่บ้านเบธเลเฮม แคว้นยูดา ในดินแดนปาเลสไตน์ (อิสราเอล ในปัจจุบัน) มารดาชื่อมารีอา หรือมาเรีย ชาวคริสต์เชื่อว่านางมาเรีย ตั้งครรภ์ ไม่เหมือนสตรีอื่น ๆ  เป็นการตั้งครรภ์โดยอานุภาพแห่งพระเจ้า มีบิดาเลี้ยงชื่อ โยเซฟ สมัยนั้น กษัตริย์ผู้ครองเมืองชื่อ เฮโรด  เมื่อได้ยินคำพยากรณ์ว่า จะมีผู้มีบุญ มาเกิด จึงคิดกำจัด  ดังนั้น โยเซฟและมาเรียจึงหนีไปอยู่อียิปต์ เป็นการชั่วคราว เมื่อเรื่องราวสงบแล้ว ก็อพยพกลับถิ่นฐานเดิม  พระเยซูเติบโตขึ้นที่หมู่บ้านเล็ก ๆ  ในเมืองนาซาเรธ แคว้นกาลิลี เมื่อวัยเยาว์ พระเยซูเป็นผู้สนใจในเรื่องศาสนธรรม และเป็นผู้มีความเฉลียวฉลาดเป็นอย่างยิ่ง  เมื่ออายุ  30  ปี  ได้ท่องเทียว ไปในดินแดนปาเลสไตน์  ณ ริมแม่น้ำจอร์แดน ทรงพบกับจอห์น หรือ โจฮัน หรือ John the Baptism ซึ่งหมายถึง จอห์น ผู้ให้ศีลจุ่ม  หลังที่ได้รับศีลจุ่มแล้ว ได้เสด็จไปประทับในป่าอันอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเพียงพระองค์เดียว  ทรงบำเพ็ญพรต โดยอดพระกระยาหารเป็นเวลา 40 วัน จากนั้นพระองค์ก็เริ่มสอนประชาชน ให้หลุดพ้น และประสบสันติสุข  พระองค์มีสาวกที่สำคัญ  12 คน (เนื่องจากชาวยิว มี  12  เผ่าพันธุ์)  สาวกองค์แรก ที่เป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่ศาสนา คือ ซีมอน หรือเปโตร หรือ เดฟาส หรือที่คริสต์ศาสนิกชนเรียกว่านักบุญปีเตอร์ หรือ เซนต์ปีเตอร์ นักบุญอีกท่านหนึ่ง ที่มีบทบาทในการเผยแพร่ ศาสนาคริสต์คือ  นักบุญเปาโล หรือเซนต์ปอล  เป็นนักบุญที่กลับใจ จากการตามจับกุม และลงโทษพวกคริสเตียน  มาเป็นผู้เผยแพร่ศาสนาคริสต์ ตั้งแต่ปีแรก ๆ  ที่พระเยซูสิ้นพระชนม์

Categories: การศึกษา

Tags: , Comments Off

Feed

http://www.sendas.ws /