ได้รับเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์แล้ว ต้องทำอะไรต่อจากนี้

August 16th, 2015

คุณได้ตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิตของคุณแล้ว บางทีคุณอาจจะมีคำถามว่า แล้วต้องทำอะไรต่อจากนี้ ฉันจะเริ่มต้นการเดินทางไปกับพระเจ้าได้อย่างไร คุณจะทราบได้จาก 5 ขั้นตอนข้างล่างนี้ ซึ่งเป็นวิถีทางที่นำมาจากพระคัมภีร์ และเมื่อใดที่คุณมีคำถามเกี่ยวกับการเดินในวิถีทางนี้ของคุณ
1. คุณต้องมั่นใจว่าเข้าใจเรื่องการไถ่บาป
เชื่อในพระนามของพระบุตรของพระเจ้า เพื่อท่านทั้งหลายจะได้รู้ว่าท่านมีชีวิตนิรันดร์ พระเจ้าทรงประสงค์ให้เรามาเข้าใจเรื่องการไถ่บาปพระองค์ทรงต้องการให้เรามีความมั่นใจว่า เราได้รับความรอดอย่างแน่นอน เรามาดูประเด็นสำคัญ ๆ ของเรื่องการไถ่บาปด้วยกันดีกว่า :
(ก) เราทุกคนมีความบาป เราได้กระทำสิ่งที่ทำให้พระเจ้าเสียพระทัย พระธรรม
(ข) เพราะความบาปของเราสมควรได้รับโทษโดยถูกตัดขาดจากพระเจ้าตลอดกาล พระธรรม
(ค) พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อรับโทษบาปแทนเรา พระธรรม พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อรับโทษทัณฑ์ทั้งหมดที่เราสมควรได้รับและการฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นใหม่ เป็นสิ่งพิสูจน์ว่าความตายที่พระเยซูทรงรับไว้นั้นเพียงพอสำหรับการไถ่โทษบาปของเราแล้ว
(ง) พระเจ้าทรงให้อภัยและไถ่ชีวิตทุกคนที่มีความเชื่อในพระเยซูโดยที่เราได้เชื่อวางใจว่าพระองค์ทรงรับโทษบาปแทนเราที่ความตายนั้นแล้ว พระธรรม

นั่นคือข้อความที่เกี่ยวกับการไถ่บาป หากคุณเชื่อว่า พระเยซูคริสต์คือองค์พระผู้ช่วยให้รอดคุณก็ได้รับความรอดแล้ว ความบาปทั้งหมดของคุณ ก็จะได้รับการให้อภัยและพระเจ้าทรงสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งคุณ จำไว้ว่า คุณได้รับการไถ่ให้รอดแล้วในองค์พระเยซูคริสต์ ไม่มีใครแย่งชิงเอาไปได้ถ้าคุณได้ไว้วางใจในพระเยซูว่าเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณแล้ว..เพียงเท่านั้น คุณก็จงมั่นใจได้ว่าคุณจะได้มีชีวิตนิรันดร์กับพระเจ้าในสวรรค์อย่างแน่นอน

2. หาคริสตจักรดี ๆ ที่สอนพระคำของพระเจ้า
อย่าเข้าใจว่าคริสตจักรคือตัวอาคารสถานที่ แต่คริสตจักรคือเหล่าผู้เชื่อ..เป็นสิ่งสำคัญมากที่ผู้เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์จำเป็นต้องมีการสามัคคีธรรมซึ่งกันและกัน นี่คือวัตถุประสงค์หลักอย่างหนึ่งของคริสตจักร เมื่อคุณมีความเชื่อในพระเยซูคริสต์แล้ว เราขอหนุนใจให้คุณหาคริสตจักรที่เชื่อตามพระคัมภีร์ในพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่ และให้คุณคุยกับศิษยาภิบาลประจำที่นั่น..บอกให้ท่านทราบถึงความเชื่อใหม่ของคุณที่มีในองค์พระเยซูคริสต์
3. จัดเวลาในแต่ละวันสำหรับพระเจ้า
เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเราที่จะจัดเวลาในแต่ละวันสำหรับเรากับพระเจ้า บางคนเรียกช่วงเวลานี้ว่า “การเฝ้าเดี่ยว” บ้างก็เรียกว่า “การสนทนากับพระเจ้า” เพราะนี่คือเวลาส่วนตัวของเรากับพระเจ้า บางคนใช้เวลาในช่วงเช้าตรู่ บางคนใช้เวลาช่วงเย็น สิ่งสำคัญของการใช้เวลากับพระเจ้านี้ไม่ได้อยู่ที่เราเรียกช่วงเวลานั้นว่าอะไร หรือใช้เวลาเมื่อใด แต่อยู่ที่เราได้ใช้เวลานี้เป็นประจำกับพระองค์..แล้ว คุณจะใช้เวลากับพระเจ้าในการทำสิ่งใดบ้าง
4. มีสายสัมพันธ์กับบุคคลที่สามารถพัฒนาช่วยเหลือคุณในฝ่ายจิตวิญญาณได้
พระธรรม กล่าวไว้ว่า “ อย่าหลงเลย การคบคนชั่วย่อมเสียนิสัย ” พระคัมภีร์นั้นเต็มไปด้วยคำเตือนเกี่ยวกับอิทธิพลของคนชั่วที่อาจส่งผลต่อเราได้ การใช้เวลากับคนที่กระทำชั่วจะเป็นสิ่งที่ยั่วยุและนำเราให้หลงไปกระทำการนั้นได้ นิสัยของคนที่อยู่รอบตัวเรา ย่อมจะติดตัวเรามา นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่เราจะต้องอยู่ในท่ามกลางบุคคลอื่น ๆ ที่รักและถวายตัวให้กับพระเจ้า
5. รับบัพติศมา
คนเป็นจำนวนมากเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรับบัพติศมา คำว่า “ บัพติศมา ” แปลว่า จุ่มลงน้ำ บัพติศมาเป็นศัพท์ทางพระคัมภีร์ ในการประกาศความเชื่อใหม่ที่คุณมีในพระคริสต์ และคำมั่นสัญญาว่าคุณจะติดตามพระองค์ การจุ่มลงน้ำแสดงถึงการที่เราฝังตัวเก่าไปกับพระคริสต์ และการที่เราขึ้นมาจากน้ำนั้น เป็นภาพของการมีชีวิตใหม่ดุจการฟื้นคืนพระชนม์ของพระคริสต์ การได้รับบัพติศมาจึงเป็นการแสดงตนว่า คุณได้ตายไปกับพระคริสต์ ถูกฝังกับพระองค์ และเป็นขึ้นมากับพระองค์แล้ว

Categories: การศึกษา

Comments Off on ได้รับเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์แล้ว ต้องทำอะไรต่อจากนี้

คริสเตียนจึงบอกว่าพระเยซูเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะไปสวรรค์ได้

July 15th, 2015

หลายๆคนคงจะชินกับภาพที่คริสเตียนพยายามเล่าเรื่องพระเจ้าและชวนให้อีกหลายๆคนมาเชื่อ แล้วคงจะมีคำถามว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น คำตอบง่ายๆก็คือเป็นคำสั่งของพระเจ้าที่ให้เราประกาศ ให้เราบอกเล่าเรื่องราวความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ ให้เราชี้ทางไปสู่สวรรค์ให้กับคนที่ยังไม่รู้ว่าเมื่อต้องจากโลกนี้ไปแล้วจะไปอยู่ที่ไหน เหตุผลที่พระเจ้าสั่งให้เราทำเช่นนั้นก็เพราะความรักของพระองค์ที่มีต่อมนุษย์ พระเจ้าไม่อยากเห็นใครคนใดคนหนึ่งต้องตกนรก พระองค์จึงจำเป็นที่จะต้องบอกเรื่องราวของพระองค์ให้มนุษย์ได้รับรู้มากที่สุด เพื่อคนเหล่านั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

ถ้าพูดตามหลักของความเป็นจริงแล้วคงเป็นไปไม่ได้ที่ทุกๆศาสนาจะนำเราเข้าสู่สวรรค์ เพราะศาสนาคริสต์บอกว่าพระเยซูเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะไปสวรรค์ได้ ศาสนาอิสลามบอกว่าพระอัลเลาะห์ทรงเป็นพระเจ้า ถ้าหากบอกว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าหรือมีพระเจ้าอื่นนอกเหนือจากพระอัลเลาะห์จะต้องถูกลงโทษ ศาสนาพุทธก็ได้กล่าวไว้ว่าการทำดีนั้นสามารถนำเราไปสู่นิพพานได้ จะเห็นได้ว่าหนทางไปสวรรค์ของแต่ละศาสนานั้นแตกต่างกัน และเป็นไปไม่ได้ที่ทุกศาสนาจะนำเราไปสวรรค์ได้ เพราะต่างขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ถ้าเช่นนั้นอะไรเป็นเหตุผลที่คริสเตียนถึงกล่าวว่าทางพระเยซูเท่านั้นที่จะนำเราไปสวรรค์ได้ การเกิดในครอบครัวคริสเตียนไม่ได้หมายความว่าคนๆนั้นจะเป็นคริสเตียน วัฒนธรรมหรือเชื้อชาติก็ไม่ได้กำหนดว่าคนๆนั้นจะต้องรู้จักพระเจ้า คนที่จะเป็นคริสเตียนได้ก็คือคนที่มีประสบการณ์กับพระเจ้าและรู้จักพระองค์เป็นการส่วนตัวเท่านั้น คริสเตียนแตกต่างจากศาสนาอื่นตรงที่ว่า คริสเตียนบอกว่าเราไม่สามารถทำดีใดๆได้เลยเพื่อที่จะได้เข้าสู่สวรรค์ เพราะเราทำดีเท่าไรก็ยังไม่ถึงมาตรฐานที่พระเจ้ากำหนดไว้ แม้ว่าเราจะทำดีทุกวัน แต่ก็อย่าลืมว่าเราก็ยังทำบาปได้ทุกๆวันเหมือนกัน (ความบาปที่ว่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นบาปใหญ่โตร้ายแรง แค่เราโกหก คิดไม่ดี สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนแต่เป็นบาปทั้งสิ้น)ศาสนาอื่นๆสอนว่าให้เราทำดีเพื่อจะได้เข้าสู่สวรรค์ได้ แต่ในความเป็นจริงเรายังคงทำบาปทำชั่วทุกๆวัน และหากเป็นอย่างนี้เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจะเข้าสวรรค์ได้ แต่สำหรับคริสเตียนนั้น ความบาปของเราพระเยซูได้ชดใช้บาปแทนเราแล้วโดยการตายบนไม้กางเขนและฟื้นขึ้นอีกครั้งในวันที่สาม เพราะพระองค์รู้ดีว่ามนุษย์ไม่มีทางทำดีจนถึงมาตรฐานของพระเจ้าได้เลย และการทำดีก็ไม่สามารถลบล้างความบาปที่เรากระทำได้ ดังนั้นนอกจากการช่วยเหลือของพระเยซูแล้วไม่มีมนุษย์คนใดสามารถเข้าสู่สวรรค์ได้เลย และนี่จึงเป็นที่มาของคริสเตียนที่บอกว่าพระเยซูทรงเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะพาเราเข้าสู่สวรรค์ได้ อย่างไรก็ตามการเป็นคริสเตียนไม่ได้หมายความว่าพวกคริสเตียนนั้นมีสิทธิหรือเหนือกว่าคนอื่นๆ เพราะพระคัมภีร์ได้บอกไว้อย่างชัดเจนว่าทั้งพวกคริสเตียนและพวกที่ไม่ใช่คริสเตียนนั้นต่างก็เหมือนกัน คือเป็นคนบาปทั้งสิ้นและต้องการการช่วยเหลือให้รอดจากบึงไฟนรก ซึ่งการจะรอดได้นั้นก็โดยพระคุณของพระเจ้าเท่านั้น ไม่ใช่เกิดจากการเป็นคนเคร่งศาสนาหรือเกิดจากการกระทำของเราเอง

Categories: การศึกษา

Tags: , Comments Off on คริสเตียนจึงบอกว่าพระเยซูเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะไปสวรรค์ได้

พระเยซูตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าโดยการประกาศว่าเรากับพระบิดาของเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

April 24th, 2015

43

C.S. Lewis ผู้เขียนหนังสือ ชื่่อคริสเตียนธรรมดา เขียนว่า ข้าพเจ้าพยายามที่จะไม่ให้ใคร ๆ พูดอะไร ที่คนชอบพูดกันเกี่ยวกับพระองค์ เช่นว่า ฉันพร้อมที่จะยอมรับพระเยซูว่าเป็นผู้สอนทางด้านคุณธรรมที่ดี แต่รับไม่ได้กับการอ้างว่าทรงเป็นพระเจ้า” นี่เป็นอะไรที่เราไม่ควรพูด เพราะหากคนธรรมดา ๆ จะพูดอะไร ๆ มากมายหลายอย่าง อย่างที่พระเยซูคริสต์ตรัส ไม่น่าจะเป็นอาจารย์ที่ดีได้ แต่น่าจะเป็นคนบ้ามากกว่าระดับเดียวกับคนที่พูดว่าตัวเองเป็นไข่ต้มหรือไม่ก็เป็นมารซาตานมาจากนรก คุณต้องเลือก หากพระองค์ไม่ใช่พระบุตรของพระเจ้า ก็จะต้องเป็นคนบ้าหรืออะไรที่แย่ยิ่งกว่านั้นคุณสามารถมองว่าพระองค์ทรงเป็นคนโง่คนบ้าคนหนึ่ง ถ่มน้ำลายรดพระองค์ แล้วปลงพระชนม์พระองค์ในฐานะมารซาตาน หรือซบลงแทบพระบาทของพระองค์แล้วเรียกพระองค์ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า แต่อย่าทำมาเป็นพูดเหลวไหลเลยว่าพระองค์ทรงเป็นอาจารย์ที่ดีคนหนึ่ง พระองค์ไม่ได้ให้ทรงเราเลือกแบบนั้น และไม่ได้ทรงตั้งพระทัยเช่นนั้น

แล้วพระองค์ทรงอ้างว่าทรงเป็นผู้ใด พระคัมภีร์บอกว่าพระองค์ทรงเป็นใคร ประการแรกให้เราดูพระวจนะของพระเยซูในหนังสือยอห์น 10:30 เรากับพระบิดาของเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อมองอย่างเผิน ๆ นี่อาจดูเหมือนว่าไม่ใช่การยอมรับว่าทรงเป็นพระเจ้า แต่ ให้เรามาดูกันที่ปฎิกริยาของชาวยิวต่อคำพูดประโยคนี้ เราจะขว้างท่านมิใช่เพราะการกระทำดี แต่เพราะการพูดหมิ่นประมาท เพราะท่านเป็นเพียงมนุษย์แต่ตั้งตัวเป็นพระเจ้าคนยิวเข้าใจดีว่าคำกล่าวของพระเยซูคือการยอมรับว่าทรงเป็นพระเจ้า ในข้อพระคัมภีร์ข้อต่อ ๆ มา พระเยซูไม่ได้ทรงแก้ไขคำพูดของชาวยิวโดยปฏิเสธว่า เราไม่ได้อ้างตัวว่าเป็นพระเจ้า นั่นชี้ให้เห็นว่าพระเยซูตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าโดยการประกาศว่า เรากับพระบิดาของเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ยอห์น 8:58 เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งเราบอกความจริงแก่ท่านว่าก่อนอับราฮัมบังเกิดมานั้นเราเป็น อีกครั้งหนึ่งที่พวกยิวตอบโต้พระองค์ด้วยการหยิบก้อนหินขึ้นมาจะขว้างพระองค์ การประกาศหลักฐานแสดงตัวตนของพระองค์ว่าเราเป็นคือการนำพระนามที่ใช้เรียกพระเจ้าในพันธ์สัญญาเดิมมาใช้โดยตรง ทำไมชาวยิวจึงต้องการเอาหินขว้างพระองค์อีก หากพระองค์ไม่ได้ตรัสอะไรบางอย่างที่พวกเขาคิดว่าเป็นการหมิ่นประมาทพระเจ้าซึ่งก็คือการอ้างพระองค์ว่าทรงเป็นพระเจ้า

Categories: การศึกษา

Comments Off on พระเยซูตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าโดยการประกาศว่าเรากับพระบิดาของเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

การเกิดของพระเยซูคริสต์ไม่ได้เพื่อให้แม่ของแมรี่ได้รับการดำเนินการกับโจเซฟ

February 19th, 2015

3

การเกิดของพระเยซูคริสต์ไม่ได้เพื่อให้แม่ของแมรี่ได้รับการดำเนินการกับโจเซฟ แต่ก่อนที่พวกเขามาด้วยกันมันกลับกลายเป็นว่าเธอกำลังตั้งท้องโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ โจเซฟสามีของเธอเป็นที่ดีและชอบธรรม เขาไม่ได้ดึงความอับอายขายหน้าเมื่อเธอและเขาจึงตัดสินใจที่จะแอบหย่าของเธอ แต่เมื่อเขาคิดว่าเรื่องนี้ดูเถิดมีปรากฏทูตสวรรค์ของพระเจ้าที่จะให้เขาในความฝันว่า “โยเซฟบุตรของดาวิดอย่ากลัวที่จะใช้เวลาในการที่คุณแมรี่ภรรยาของคุณสำหรับเด็กในของเธอก็คือการ พระวิญญาณบริสุทธิ์. เธอจะให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่งจะเรียกชื่อของเขาพระเยซูเพราะเขาจะช่วยคนของเขาจากความผิดบาปของพวกเขาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพื่อจะสำเร็จตามที่พระเจ้าได้ตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะดูเถิดบริสุทธิ์จะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายและพวกเขาจะเรียกชื่อของเขามานูเอลซึ่งถูกตีความคือพระเจ้ากับเรา เมื่อโยเซฟตื่นจากการนอนหลับได้กระทำตามที่ทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้บัญชาและเอาภรรยาของเขากับตัวเอง แต่เขาไม่ได้รู้จักกับเธอจนเธอได้ให้กำเนิดบุตรชาย เขาจึงเรียกชื่อเยซู

ครั้งหนึ่งในเมืองเดวิดว่าจาก Caesar Augustus มีคำสั่งว่าทุกคนในโลกควรจะเก็บภาษีนี่คือการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งแรกและจะถูกเก็บไว้เมื่อ Kvirinius เป็นผู้ปกครองของซีเรีย ทั้งหมดให้แล้วออกไปเพื่อจะเข้าเรียนแต่ละคนไปที่เมืองของเขาเอง ดังนั้นโยเซฟก็จากเมืองนาซาเร็ ธ แคว้นกาลิลีไปยังแคว้นยูเดียไปยังเมืองของดาวิดซึ่งเรียกว่าเบ ธ เลเฮเพราะเขาเป็นของราชวงศ์ของดาวิดและครอบครัว เขาไปที่นั่นเขาได้ไปกับแมรี่ภรรยาของเขาดำเนินการที่ดีกับเด็ก เมื่อพวกเขาอยู่ที่นั่นเวลานั้นมาถึงตอนที่เธอจะให้กำเนิด และเธอนำมาลูกชายคนแรกของเธอและเขาห่อและวางไว้ในรางหญ้าเพราะมีห้องพักในโรงแรมเมื่อพระเยซูเกิดในเบ ธ เลเฮจูเดียในช่วงเวลาของกษัตริย์เฮโรดดูเถิดมีพวกนักปราชญ์จากทิศตะวันออกไปยังกรุงเยรูซาเล็มและถามว่า “ในกรณีที่บังเกิดมาเป็นกษัตริย์ของพวกยิวหรือเราเห็นดาวของเขาในภาคตะวันออกและเป็นที่มานมัสการเขา.” เมื่อกษัตริย์เฮโรดได้ยินนี้เขากำลังมีความสุขทั้งชาวกรุงเยรูซาเล็มกับเขา และเขารวบรวมปุโรหิตใหญ่ทุกคนและกรานและถามพวกเขาที่ซึ่งพระคริสต์จะเกิด พวกเขากล่าวว่า “ในเบ ธ เลเฮแคว้นยูเดียเพราะว่าจึงถูกเขียนโดยผู้เผยพระวจนะ:. คุณเบ ธ เลเฮแผ่นดินยูดาห์จะไม่น้อยในหมู่เจ้าชายของยูดาห์เพื่อออกมาจากคุณจะมาเป็นผู้ปกครองที่จะเลี้ยงดูอิสราเอลประชาชนของเรา”

Categories: การศึกษา

Comments Off on การเกิดของพระเยซูคริสต์ไม่ได้เพื่อให้แม่ของแมรี่ได้รับการดำเนินการกับโจเซฟ

คริสตจักรที่แท้จริงนั้นไม่มีชื่อแต่เป็นการร่วมประชุมกันของเหล่าสาวกพระคริสต์ในแต่ละแห่ง

January 27th, 2015

3

คริสจักรคืออะไร คริสตจักรกับโบสถ์เหมือนกันรึเปล่า ทำไมบางคนเรียกคริสตจักร บางคนเรียกโบสถ์ แล้วต่างกันตรงไหนในภาษากรีกซึ่งเป็นต้นฉบับของพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ คำว่า ekklesia ซึ่งถูกแปลว่า “คริสตจักร” นั้นหมายถึง กลุ่มชนที่ถูกเรียกออกมาชุมนุมกัน ดังนั้นศัพท์คำนี้จึงหมายถึง กลุ่มชน ไม่ใช่สถานที่ หรือสิ่งปลูกสร้าง แต่ป้ายของสถานที่ประชุมของคริสเตียนส่วนใหญ่มักจะเขียนว่า คริสตจักร ดังนั้นคนทั่วไปจึงเข้าใจว่า อาคารหลังนั้นก็คือ คริสตจักร และอาคารที่เป็นที่ประชุมส่วนใหญ่ก็มีหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ของโบสถ์คริสต์ ดังนั้นเขาจึงเรียกว่า “โบสถ์” สุดท้ายก็เลยสับสน เข้าใจว่า คริสตจักรก็คือโบสถ์ ในความเป็นจริง ถ้าจะเรียกกันให้ถูกต้อง เราไม่ควรเรียกอาคาร หรือสถานที่ซึ่งคริสเตียนมาประชุมกันว่า คริสตจักร แต่ควรเรียกว่า “สถานที่ประชุมของคริสตจักร” จึงจะถูกต้อง ส่วนคริสตจักรนั้นหมายถึงกลุ่มชนที่ถูกเรียกจากพระเจ้าให้แยกออกมาจากฝ่ายโลก เพื่อชุมนุมกันต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า

คริสตจักรที่แท้จริงนั้นไม่มีชื่อ แต่เป็นการร่วมประชุมกันของเหล่าสาวกพระคริสต์ในแต่ละแห่ง แต่บรุษไปรษณีย์จะงงงวยมากและไม่เข้าใจ เพราะกลุ่มคนนั้นต้องมีชื่อกลุ่ม ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่ากลุ่มไหน อยู่ที่ไหน ในสมัยท่านเปาโลก็มีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น คนภายนอกเลยเรียกเอาเองว่าพวกนาซาเร็ธบ้าง พวกพระคริสต์บ้าง(คริสเตียน) พวกทางนั้นบ้าง พวกคว่ำโลกบ้าง นี่เป็นชื่อคนนอกตั้งให้ทั้งนั้นปัจจุบันคริสเตียนมีมากมายหลายกลุ่มเหลือเกินทั่วโลก พวกเรานั้น คริสเตียนทั่วไปเขาเรียกว่าพวกคณะที่ประชุม(assembly) ภาษาจีนว่า ชิ่วฮุ่ยโส่ว ที่แท้จริงคือผู้เชื่อในพระเยซู เชื่อในพระเจ้า และมาร่วมประชุมกันเป็นกลุ่ม แสวงหาสัจธรรมฝ่ายวิญญาน ถ้าเราไม่ให้ชื่อว่าคริสตจักรในกรุงเทพ คนทั่วไป คริสเตียนทั่วไปแม้บุรุษไปรษณีย์ก็จะงง ดังนั้นจึงต้องมีชื่อกลุ่มแล้วแต่จะตั้ง และมีที่อยู่เพื่อการติดต่อ ดังที่คริสเตียนทั่วโลกเขาทำกัน เรื่องนี้อย่าเถรตรงเกินไป และอย่าเน้นเป็นเรื่องใหญ่โต ให้แสวงหาที่จะเติบโตฝ่ายวิญญานมากๆ มีพระคริสต์มากๆ คนฝ่ายวิญญานที่แท้จริงก็เป็นพวกเดียวกันอยู่แล้ว พวกพระเจ้าไง พวกพระคริสต์ไง พระเจ้าทราบอยู่แล้วว่าใครเป็นใคร พระเจ้าคอยดูว่าเรามีพระคริสต์ในตัวเราเท่าไรแล้ว นี่ต่างหากที่เป็นฝ่ายวิญญานและฝ่ายสวรรค์ จะอยู่กลุ่มไหน ไปประชุมที่ไหน หรืออยู่แต่ที่บ้านเพราะไปคริสตจักรต่างๆไม่ลง ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะคนฝ่ายวิญญานดำเนินอย่างดื่มด่ำกับพระวิญญานทุกวัน ซาบซ่านกับพระวิญญานทุกวัน แล้วสถานที่ประชุมเอย ชื่อสถานที่ประชุมเอยจะสำคัญอะไรสิ่งที่พระเจ้าต้องการในที่สุดคือธาตแท้ของพระคริสต์ สำแดงออกมาทางจิตและกายต่างหาก นอกจากสภาพและธาตุแท้ฝ่ายวิญญานแล้ว นอกนั้นล้วนเป็นวัตถุ เป็นไม้ เป็นอิฐ ไม่ใช่ฝ่ายสวรรค์เลย เข้าใจหรือยัง

Categories: การศึกษา

Comments Off on คริสตจักรที่แท้จริงนั้นไม่มีชื่อแต่เป็นการร่วมประชุมกันของเหล่าสาวกพระคริสต์ในแต่ละแห่ง

Feed

http://www.sendas.ws /