กฏเกณฑ์ของการสอบเทียบเครื่องมือวัด(Calibration)

March 24th, 2017

การสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) ยังไม่ตายวิธีการหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใช้ต่อเรือความเด็ดเดี่ยวว่าเครื่องมือวัดที่ใช้งานอยู่นั้น ยังคงมีคุณภาพพร้อมกับหลักเกณฑ์เป็นธรรม พอเหมาะแก่การนำไปใช้งานในวิธีการผลิต เพราะนำไปสู่ผลสุดท้ายก็คือผลผลิตที่ผลิตออกมาได้อย่างมีสมรรถนะตามหลักเกณฑ์ที่โรงงานระบุ โดยการสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) คือการเปรียบกับค่าของเครื่องมือวัดของโรงงาน กับค่ากฏเกณฑ์ของห้องหับทำงานทำการสอบเทียบที่สามารถสอบกลับได้สู่เกณฑ์แห่งชาติ หรือกฏเกณฑ์ระหว่างชาติได้ โดยในการสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) จะต้องรายงานค่าความไม่แน่นอนของการวัด (Uncertainty) ด้วยทุกครั้ง ในประจุบัน ทุกกฏเกณฑ์สากล จะมีข้อกำหนดที่กล่าวถึงการสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) ทั้งสิ้น เช่น ISO 9000, ISO 14000, ISO/TS 16949, มอก.18000 ฯลฯ  การสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) ของห้องทำงานสอบเทียบ TIC มีเกณฑ์เช่นนี้   หาได้การรับแขกเกณฑ์สากล ISO/IEC 17025:2005

เครื่องอุปกรณ์เกณฑ์จากยุโรปและอเมริกา สามารถสอบกลับถึงเกณฑ์นานาชาติ (Traceability) เช่น NIST, NIMT, PTB, BIPM, OFMET, NMI เป็นต้น   พนักงานที่ทำการสอบเทียบมีทักษะ ความจัดเจนและประวัติการฝึกเทศน์แจงอย่างสมบูรณ์ เป็นไปตามกติกาตามหลักเกณฑ์ ISO/IEC 17025:2005  ยืนยันระยะเวลาสอบเทียบ 7 – 10 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งประกันการสอบเทียบ

บริการรับ – ส่งเครื่องมือวัดของท่านฟรี

บริการแจ้งเตือนลูกค้าเมื่อครบรอบการสอบเทียบ (Due Date)

มีให้บริการทำสัญญาจ้างสอบเทียบรวมต่อเดือน หรือ ต่อปี โดยมีส่วนลดยอดเยี่ยม

มีให้บริการขายเครื่องมือวัดและคุมทางอุตสาหกรรมทุกประเภท โดยในเนื้อความที่สั่งซื้อของซื้อของขายพร้อมกันให้บริการสอบเทียบ มีส่วนลดค่าสอบเทียบ 20 %

รับหารือปมเหตุด้วยงานสอบเทียบ โดยทีมพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญ

เหตุเครื่องไม้เครื่องมือวัด อยู่นอกเหนือขอบข่ายการให้บริการ ห้องทำยินดีส่งสอบเทียบไปยังห้องปฏิบัติอื่น โดยจะรับผิดชอบในการรับ – ส่งวัสดุทั้งมวล

รับสอบเทียบงานด่วน ในกรณีที่ท่านใคร่รับใช้เครื่องมือ ห้องทำสามารถสอบเทียบให้เสร็จสิ้นภายใน 1 – 2 วัน

Categories: สินค้า

Tags: Comments Off on กฏเกณฑ์ของการสอบเทียบเครื่องมือวัด(Calibration)

ลักษณะสำคัญของคริสตจักร

December 13th, 2016

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%aa

คริสตจักร  เป็น พระกายของพระเยซู

คริสตจักร เป็นพระกายของพระเยซู มีพระเยซูเป็นศรีษะ และผู้เชื่อแต่ละคนเป็นอวัยวะที่ต้องประสานกัน ขาดกันและกันไม่ได้ มิฉะนั้นส่วนอื่นจะกระทบกระเทือน อวัยวะทุกส่วนเกี่ยวข้องและต้องการซึ่งกันและกันอย่างมาก ดังนั้นเราจึงผูกพันและเห็นความสำคัญของกันและกันและมีใจปรารถนารับใช้กันและกันเสมอ

คริสตจักร  เป็น วิหารของพระเจ้า

คริสเตียนแต่ละคนเปรียบเหมือนอิฐแต่ละก้อนที่เอามาเรียงต่อกันให้เข้าที่เพื่อสร้างเป็นวิหาร อิฐแต่ละก้อนต้องผูกพันกับอิฐก้อนอื่น มีความสัมพันธ์กับผู้อื่นในคริสตจักรไม่ว่ากับผู้นำ (อิฐก้อนเหนือเรา) หรือผู้ที่เราดูแล (อิฐก้อนใต้เรา) หรือพี่น้องในระดับเดียวกันกับเรา (อิฐก้อนข้างๆ เรา) “คริสตจักรเป็นวิหารของพระเจ้า เป็นที่สถิตของพระเจ้า”

คริสตจักร  เป็น ครอบครัว

สมาชิกครอบครัวย่อมรักผูกพันมีส่วนร่วมกัน แบกภาระกันและกัน รับผิดชอบร่วมกัน ในทำนองเดียวกันเราทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อคริสตจักรโดยไม่คิดว่าคริสตจักรเป็นที่ประชุมสังสรรค์ที่เลิกกิจกรรมแล้วต่างคนต่างไป

คริสตจักร  เป็น  เจ้าสาวของพระคริสต์

มีเจ้าบ่าว ก็ต้องมีเจ้าสาว การสมรสนั้นเป็นการ together ของสองชีวิต 2 ครอบครัว เจ้าสาวต้องผูกพันกับเจ้าบ่าว สัตย์ซื่อและจงรักภักดีต่อกันและต่อพระเยซูคริสต์ นอกจากนี้เจ้าสาวยังเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ คริสตจักรก็ต้องมีความบริสุทธิ์ด้วย

คริสตจักร  เป็น ทุ่งนาของพระเจ้า

คริสตจักรถูกเปรียบเทียบเหมือนทุ่งนา และเราทั้งหลายเป็นเหมือนเมล็ดพืชที่ต้องฝังตัวลงในดิน เพื่อที่จะงอกเจริญขึ้นเป็นต้นไม้ใหญ่

คริสตจักรเปรียบเหมือน  คันประทีป

คือเป็นที่ส่องสว่างในความมืด พระเจ้าทรงให้คริสเตียนอยู่ในโลกเพื่อมีอิทธิพลที่ดีต่อโลก เป็นแบบอย่างความถูกต้องชอบธรรม และคันประทีปนั้นมี 7 คัน ไม่ใช่คันประทีปเพียงคันเดียว เป็นการแสดงพลังของแสงที่สามารถส่องออกไปทั่วโลก

Categories: การศึกษา

Tags: , Comments Off on ลักษณะสำคัญของคริสตจักร

คริสตจักรเป็นชุมชนแห่งความเชื่อ ความหวัง และความรัก

August 30th, 2016

fcc20130307001

เมื่อท่านได้รู้จักกับพระเจ้าแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในการที่จะทำให้ท่านได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้นก็คือการไปคริสตจักรหรือโบสถ์ เพราะที่นี่จะทำให้ท่านได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆในพระคัมภีร์ ได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนๆผู้เชื่อด้วยกัน รวมทั้งยังได้รับคำแนะนำดีๆในการดำเนินชีวิตคริสเตียนอีกด้วย พยายามรวบรวมที่อยู่หรือเว็บไซต์ของคริสตจักรต่างๆในประเทศไทย ท่านสามารถไปร่วมคริสตจักรใดก็ได้ที่ท่านสะดวกหรืออยู่ใกล้ท่าน เพราะคริสตจักรของพระเจ้าไม่ว่าที่ใดก็ตามล้วนเหมือนกัน เพราะเรามีพระเจ้าองค์เดียวกันทรงเป็นศรีษะของคริสตจักร และผู้เชื่อทุกๆคนก็ต่างเป็นกายเดียวกัน ประโยชน์ของการไปคริสตจักร 1. คริสตจักรเป็นแหล่งแห่งการเรียนรู้จักพระเจ้า พระจ้ามีจริงหรือ?แล้วพระเจ้าคือใคร? เกี่ยวข้องกับเราและโลกนี้อย่างไร? การรู้จักพระเจ้าจำเป็นต่อชีวิตของเราอย่างไร? ในคริสตจักรมีคำตอบสำหรับคำถามนี้ การรู้จักพระเจ้าไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องศาสนา แต่เราสามารถที่จะรู้จักพระเจ้าผู้ที่สร้างเรา  เราสามารถที่จะพูดคุยกับพระเจ้า และพระเจ้าสามารถที่จะช่วยเราได้ในทุกปัญหาของชีวิตเรา การเรียนรู้จักพระเจ้าจึงเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมากสำหรับชีวิตมนุษย์ 2. คริสตจักรเป็นที่ๆเรียนรู้จักสิ่งดีจากชีวิตของผู้เชื่ออื่นๆ คริสตจักรเป็นชุมชน  การมาที่คริสตจักรทำให้เราได้เรียนรู้จักวิถีชีวิตของผู้อืน เพื่อเราเองจะได้เรียนรู้จักสิ่งดีของกันและกัน รับกำลังใจจากกันและกัน  หรือ หากมีปัญหาใดๆก็จะได้ช่วยเหลือแบ่งปันกัน ตามคำสอนของพระคัมภีร์ 3. คริสตจักรเป็นที่ๆเสริมสร้างชีวิต – ด้านจริยธรรม คริสจักรเป็นที่แห่งการอบรมผู้เชื่อให้ดำเนินชีวิตในทางพระเจ้าอันเนการอบรมรมในทางจริยะธรรม – ด้านอารมณ์และความคิด คริสตจักรได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อคนทุกกลุ่มวัย ผู้เชื่อจะได้เรียนรู้จักการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น  การทำงานร่วมกับผู้อื่น การพักผ่อน ผ่านกิจกรรมต่างๆ – ด้านพัฒนาความรู้ความสามารถ ในคริสตจักรเปิดโอกาสให้สมาชิก ได้นำความรู้ความสามารถที่มีมาใช้ในคริสตจักรได้  รวมถึงสามารถที่จะเรียนรู้เรื่องอื่นๆตามความสนใจได้

Categories: การศึกษา

Comments Off on คริสตจักรเป็นชุมชนแห่งความเชื่อ ความหวัง และความรัก

ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาสำคัญและยิ่งใหญ่ของโลกศาสนาหนึ่ง

October 18th, 2015

เรื่องของศาสนาคริสต์และเรื่องของพระเยซูสำหรับคนไทยทั่วๆไปนับว่าคลุมเครือเป็นอย่างยิ่ง และนอกเหนือจากความคลุมเครือแล้ว คนไทยเรายังมีทัศนะคติที่ระมัดระวังตัวในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับแวดวงของคริสต์ศาสนาอีกด้วย เรากลัวการถูกล้างสมองหรือถูกยัดเยียดความเชื่อที่ขัดต่อระเบียบประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมของเราชาวไทยและไทยปนจีน (หรือจีนปนไทย) ที่เราคุ้นเคยกันดี บางคนบอกว่าคนคริสต์ไม่นับถือพ่อแม่และบรรพบุรุษ คนคริสต์นับถือแต่พระเจ้า อะไรๆก็พระเจ้า วันทั้งวันหาทางแต่จะยัดเยียดพระเจ้าให้คนอื่น ทำตัวเหมือนนักขายตรงที่น่าเบื่อหน่าย

พระเยซูคริสต์คือใคร
จากพระคัมภีร์อีกเช่นกัน ทำให้เรารู้ว่า เหตุที่บาปครั้งแรกของมนุษย์ได้กระทำโดยผู้ที่บริสุทธิ์และไม่เคยทำบาปมาก่อน ดังนั้น การชำระบาปทั้งหมดในโลกจะต้องกระทำด้วยการทำพลีกรรมด้วยชีวิตและเลือดของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ที่บริสุทธิ์จากบาปเช่นกัน แต่การที่จะหาชีวิตมนุษย์ที่บริสุทธิ์จากบาปนั้นไม่มีทางกระทำได้เลยเนื่องจากมนุษย์ที่สืบเชื้อสายกันต่อๆกันมาจากเชื้อชีวิตปกติของมนุษย์ผู้ชายนั้นย่อมเป็นมนุษย์ที่มีบาปติดตัวมาทุกคน

ดังนั้นพระเจ้าจึงได้ทรงให้กำเนิดมนุษย์ด้วยวิธีพิเศษอีกครั้งหนึ่งในการทรงสร้างของพระองค์ นั่นคือการให้กำเนิดพระเยซูคริสต์จากพระวิญญาณของพระองค์เองโดยอาศัยครรภ์ของหญิงสาวพรหมจารีเพื่อให้ได้รูปกายอันเป็นมนุษย์อันจำเป็นสำหรับการเข้าพิธีพลีกรรม

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าพระเจ้าเองนั่นแหละได้ทรงใช้พระองค์เองมารับสภาพมนุษย์พิเศษที่มิได้เกิดในบาปเพื่อกระทำการไถ่บาปทั้งปวงให้แก่มนุษย์ทั้งหลายนี่แสดงให้เห็นถึงราคาของความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์สิ่งที่ทรงสร้างขึ้นมาตามฉายาของพระองค์เองตั้งแต่ครั้งอดีตกาล

ในพระคัมภีร์ได้เรียกพระเยซูคริสต์ว่าพระบุตรพระเจ้าบ้าง เรียกว่าบุตรมนุษย์บ้าง เรียกว่าพระผู้ช่วยให้รอดบ้าง แต่จะเรียกอย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือว่า พระเยซูคริสต์ก็คือองค์พระเจ้า องค์พระผู้สร้างกัลปจักรวาลนี้นี่เอง แต่พระองค์ทรงยอมมารับสภาพเนื้อหนังของมนุษย์เพื่อพันธกิจพิเศษสุดสำหรับมนุษย์ และนี่เป็นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่พระเจ้ากับมนุษย์ได้ใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมของมนุษย์เองพระเยซูคริสต์ทรงเป็นทั้งพระเจ้าและทรงเป็นมนุษย์เต็มที่เท่าๆกันและในเวลาเดียวกัน

พันธกิจประการเดียวของพระเยซูคริสต์คือการทำให้สำร็จตามน้ำพระทัยของพระเจ้าในแผนการไถ่บาปให้แก่มนุษย์
ลำดับเหตุการณ์สำคัญของพระเยซูคริสต์คือ พระเจ้าทรงให้พระเยซูคริสต์ได้ทรงอุบัติขึ้นในโลก ทรงให้พระเยซูคริสต์ประกาศพันธกิจของพระเจ้าโดยการแสดงหมายสำคัญและการอัศจรรย์ต่างๆ ทรงเทศนาให้มนุษย์ทราบถึงเรื่องแผ่นดินสวรรค์และการพิพากษาที่จะมาถึง ทรงให้มีการวางรากฐานของงานไถ่บาปในหมู่มนุษย์โดยการทรงแต่งตั้งอัครสาวกรุ่นแรก จากนั้นทรงให้พระเยซูคริสต์ถูกใส่ร้ายด้วยความริษยาของพวกปุโรหิตยิวจนกระทั่งพระองค์ถูกจับกุมโดยผู้ปกครองชาวโรมัน ถูกโบยตีภายใต้กฏหมายของมนุษย์จนหลั่งพระโลหิต พูดง่ายๆว่าพระเจ้าทรงยอมถ่อมพระองค์ถึงขนาดยอมให้มนุษย์พิพากษาพระเจ้า และสุดท้ายพระองค์ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขนจนสิ้นพระชนม์และสิ้นสภาพมนุษย์ในฐานะเครื่องพลีกรรมตามวิธีที่มีมาแต่เดิม… หลังจากผู้ศรัทธาพระเยซูได้นำพระศพไปบรรจุไว้ในอุโมงค์ฝังศพแล้ว พระเจ้าได้ทรงให้พระเยซูคริสต์ฟื้นขึ้นในวันที่สามหลังจากการสิ้นพระชนม์ ทรงสำแดงพระองค์ให้อัครสาวก และคนทั้งหลายได้เห็นเพื่อเป็นการยืนยันว่าทรงชนะความตายอันเป็นราคาของความบาปของมนุษย์ทั้งโลกได้จริง เพื่อให้ทุกคนได้เชื่อและวางใจในพันธกิจของพระองค์ที่รับมาจากพระเจ้า ทรงมีมหาบัญชาแก่สาวกเพื่อทำงานต่อจากพระองค์ หลังจากนั้นแล้วพระองค์ได้กลับสู่สวรรค์ต่อหน้าต่อตาคนจำนวนมาก

Categories: การศึกษา

Comments Off on ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาสำคัญและยิ่งใหญ่ของโลกศาสนาหนึ่ง

คริสตจักรจะต้องเป็นสถานที่สำหรับสามัคคีธรรมที่คริสเตียนสามารถใช้เวลาให้กับซึ่งกันและกัน

October 1st, 2015

26

คริสตจักรมีหน้าที่สอนหลักคำสอนในพระคัมภีร์เพื่อที่เราจะได้มีความเชื่อที่มีรากฐานมั่นคง หนังสือเอเฟซัสบอกว่าเพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไปถูกซัดไปเซมาและหันไปเหมาด้วยลมปากแห่งคำสั่งสอนทุกอย่าง และด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ตามอุบายฉลาดอันเป็นการล่อลวง คริสตจักรจะต้องเป็นสถานที่สำหรับสามัคคีธรรม ที่คริสเตียนสามารถใช้เวลาให้กับซึ่งกันและกัน ให้เกียรติต่อกันสั่งสอนซึ่งกันและกันมีใจเมตตาสงสารกัน หนุนใจกันและที่สำคัญที่สุดคือรักซึ่งกันและกัน คริสตจักรคือสถานที่สำหรับผู้เชื่อที่จะมาเข้าพิธีศีลมหาสนิทร่วมกันเพื่อระลึกถึงการวายพระชนม์และการหลั่งพระโลหิตของพระคริสต์แทนเราแนวความคิดของการ หักขนมปังแสดง ถึงการรับประทานอาหารร่วมกัน นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการส่งเสริมให้มีสามัคคีธรรมของคริสตจักรวัตถุประสงค์สุดท้ายของคริสตจักรตามหนังสือกิจการคือการอธิษฐาน คริสตจักรควรเป็นสถานที่ที่ส่งเสริมให้มีการอธิษฐาน, สอนเรื่องการอธิษฐานและฝึกการอธิษฐาน หนังสือฟีลิปปี หนุนใจเราว่า อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้า ซึ่งเกินความเข้าใจทุกอย่าง จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์

คำสั่งอีกหนึ่งคำสั่งสำหรับคริสตจักรก็คือให้ประกาศพระกิตติคุณแห่งความรอดโดยทางพระเยซูคริสต์  คริสตจักรถูกเรียกให้สัตย์ซื่อในการแบ่งปันพระกิตติคุณโดยคำพูดและการกระทำ คริสตจักรสมควรที่จะเป็น ประภาคารในชุมชน ด้วยการนำผู้คนให้เข้ามาหาพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเรา คริสตจักรมีหน้าที่ทั้งประกาศพระกิตติคุณและเตรียมสมาชิกให้ประกาศพระกิตติคุณด้วย วัตถุประสงค์สุดท้าย ๆ บางข้อของคริสตจักรอยู่ในหนังสือยากอบ ธัมมะที่บริสุทธิ์ไร้มลทินต่อพระพักตร์พระเจ้าและพระบิดานั้น คือการเยื่ยมเยียนเด็กกำพร้าและหญิงม่ายที่มีความทุกข์ร้อน และการรักษาตัวให้พ้นจากราคีของโลก คริสตจักรควรจะมีหน้าที่ดูแลผู้ที่มีความทุกข์ร้อน ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่การแบ่งปันพระกิตติคุณเท่านั้นแต่รวมถึงการดูแลความทุกข์ร้อนฝ่ายร่างกายด้วย ตามความสมควรและความจำเป็น อีกทั้งคริสตจักรยังจะต้องมีหน้าที่เตรียมผู้เชื่อในพระคริสต์ให้พรักพร้อมด้วยอุปกรณ์ที่พวกเขาต้องการเพื่อมีชัยชนะเหนือความบาปและรักษาความเป็นอิสระจากมลภาวะในโลก ทั้งหมดนี้สามารถทำได้โดยการใช้หลักการข้างต้น นั่นคือการสอนพระคัมภีร์และการมีสามัคคีธรรมร่วมกันในหมู่คริสเตียน ดังนั้นจากที่ได้พูดไปแล้วทั้งหมดวัตถุประสงค์ของคริสตจักรคืออะไร ข้าพเจ้าชอบที่หนังสือ 1 โครินธ์ เขียนไว้ คริสตจักรคือ พระกายของพระเจ้า เราเป็นมือเป็นปากเป็นเท้าของพระองค์ในโลกนี้ เรามีหน้าที่ที่จะต้องทำสิ่งที่พระเยซูคริสต์จะทรงกระทำหากพระองค์ทรงอยู่บนโลกนี้ คริสตจักรมีหน้าที่ที่จะต้องเป็น คริสเตียนคือเหมือนพระคริสต์และติดตามพระคริสต์

Categories: การศึกษา

Comments Off on คริสตจักรจะต้องเป็นสถานที่สำหรับสามัคคีธรรมที่คริสเตียนสามารถใช้เวลาให้กับซึ่งกันและกัน

ได้รับเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์แล้ว ต้องทำอะไรต่อจากนี้

August 16th, 2015

คุณได้ตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิตของคุณแล้ว บางทีคุณอาจจะมีคำถามว่า แล้วต้องทำอะไรต่อจากนี้ ฉันจะเริ่มต้นการเดินทางไปกับพระเจ้าได้อย่างไร คุณจะทราบได้จาก 5 ขั้นตอนข้างล่างนี้ ซึ่งเป็นวิถีทางที่นำมาจากพระคัมภีร์ และเมื่อใดที่คุณมีคำถามเกี่ยวกับการเดินในวิถีทางนี้ของคุณ
1. คุณต้องมั่นใจว่าเข้าใจเรื่องการไถ่บาป
เชื่อในพระนามของพระบุตรของพระเจ้า เพื่อท่านทั้งหลายจะได้รู้ว่าท่านมีชีวิตนิรันดร์ พระเจ้าทรงประสงค์ให้เรามาเข้าใจเรื่องการไถ่บาปพระองค์ทรงต้องการให้เรามีความมั่นใจว่า เราได้รับความรอดอย่างแน่นอน เรามาดูประเด็นสำคัญ ๆ ของเรื่องการไถ่บาปด้วยกันดีกว่า :
(ก) เราทุกคนมีความบาป เราได้กระทำสิ่งที่ทำให้พระเจ้าเสียพระทัย พระธรรม
(ข) เพราะความบาปของเราสมควรได้รับโทษโดยถูกตัดขาดจากพระเจ้าตลอดกาล พระธรรม
(ค) พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อรับโทษบาปแทนเรา พระธรรม พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อรับโทษทัณฑ์ทั้งหมดที่เราสมควรได้รับและการฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นใหม่ เป็นสิ่งพิสูจน์ว่าความตายที่พระเยซูทรงรับไว้นั้นเพียงพอสำหรับการไถ่โทษบาปของเราแล้ว
(ง) พระเจ้าทรงให้อภัยและไถ่ชีวิตทุกคนที่มีความเชื่อในพระเยซูโดยที่เราได้เชื่อวางใจว่าพระองค์ทรงรับโทษบาปแทนเราที่ความตายนั้นแล้ว พระธรรม

นั่นคือข้อความที่เกี่ยวกับการไถ่บาป หากคุณเชื่อว่า พระเยซูคริสต์คือองค์พระผู้ช่วยให้รอดคุณก็ได้รับความรอดแล้ว ความบาปทั้งหมดของคุณ ก็จะได้รับการให้อภัยและพระเจ้าทรงสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งคุณ จำไว้ว่า คุณได้รับการไถ่ให้รอดแล้วในองค์พระเยซูคริสต์ ไม่มีใครแย่งชิงเอาไปได้ถ้าคุณได้ไว้วางใจในพระเยซูว่าเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณแล้ว..เพียงเท่านั้น คุณก็จงมั่นใจได้ว่าคุณจะได้มีชีวิตนิรันดร์กับพระเจ้าในสวรรค์อย่างแน่นอน

2. หาคริสตจักรดี ๆ ที่สอนพระคำของพระเจ้า
อย่าเข้าใจว่าคริสตจักรคือตัวอาคารสถานที่ แต่คริสตจักรคือเหล่าผู้เชื่อ..เป็นสิ่งสำคัญมากที่ผู้เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์จำเป็นต้องมีการสามัคคีธรรมซึ่งกันและกัน นี่คือวัตถุประสงค์หลักอย่างหนึ่งของคริสตจักร เมื่อคุณมีความเชื่อในพระเยซูคริสต์แล้ว เราขอหนุนใจให้คุณหาคริสตจักรที่เชื่อตามพระคัมภีร์ในพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่ และให้คุณคุยกับศิษยาภิบาลประจำที่นั่น..บอกให้ท่านทราบถึงความเชื่อใหม่ของคุณที่มีในองค์พระเยซูคริสต์
3. จัดเวลาในแต่ละวันสำหรับพระเจ้า
เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเราที่จะจัดเวลาในแต่ละวันสำหรับเรากับพระเจ้า บางคนเรียกช่วงเวลานี้ว่า “การเฝ้าเดี่ยว” บ้างก็เรียกว่า “การสนทนากับพระเจ้า” เพราะนี่คือเวลาส่วนตัวของเรากับพระเจ้า บางคนใช้เวลาในช่วงเช้าตรู่ บางคนใช้เวลาช่วงเย็น สิ่งสำคัญของการใช้เวลากับพระเจ้านี้ไม่ได้อยู่ที่เราเรียกช่วงเวลานั้นว่าอะไร หรือใช้เวลาเมื่อใด แต่อยู่ที่เราได้ใช้เวลานี้เป็นประจำกับพระองค์..แล้ว คุณจะใช้เวลากับพระเจ้าในการทำสิ่งใดบ้าง
4. มีสายสัมพันธ์กับบุคคลที่สามารถพัฒนาช่วยเหลือคุณในฝ่ายจิตวิญญาณได้
พระธรรม กล่าวไว้ว่า “ อย่าหลงเลย การคบคนชั่วย่อมเสียนิสัย ” พระคัมภีร์นั้นเต็มไปด้วยคำเตือนเกี่ยวกับอิทธิพลของคนชั่วที่อาจส่งผลต่อเราได้ การใช้เวลากับคนที่กระทำชั่วจะเป็นสิ่งที่ยั่วยุและนำเราให้หลงไปกระทำการนั้นได้ นิสัยของคนที่อยู่รอบตัวเรา ย่อมจะติดตัวเรามา นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่เราจะต้องอยู่ในท่ามกลางบุคคลอื่น ๆ ที่รักและถวายตัวให้กับพระเจ้า
5. รับบัพติศมา
คนเป็นจำนวนมากเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรับบัพติศมา คำว่า “ บัพติศมา ” แปลว่า จุ่มลงน้ำ บัพติศมาเป็นศัพท์ทางพระคัมภีร์ ในการประกาศความเชื่อใหม่ที่คุณมีในพระคริสต์ และคำมั่นสัญญาว่าคุณจะติดตามพระองค์ การจุ่มลงน้ำแสดงถึงการที่เราฝังตัวเก่าไปกับพระคริสต์ และการที่เราขึ้นมาจากน้ำนั้น เป็นภาพของการมีชีวิตใหม่ดุจการฟื้นคืนพระชนม์ของพระคริสต์ การได้รับบัพติศมาจึงเป็นการแสดงตนว่า คุณได้ตายไปกับพระคริสต์ ถูกฝังกับพระองค์ และเป็นขึ้นมากับพระองค์แล้ว

Categories: การศึกษา

Comments Off on ได้รับเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์แล้ว ต้องทำอะไรต่อจากนี้

คริสเตียนจึงบอกว่าพระเยซูเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะไปสวรรค์ได้

July 15th, 2015

หลายๆคนคงจะชินกับภาพที่คริสเตียนพยายามเล่าเรื่องพระเจ้าและชวนให้อีกหลายๆคนมาเชื่อ แล้วคงจะมีคำถามว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น คำตอบง่ายๆก็คือเป็นคำสั่งของพระเจ้าที่ให้เราประกาศ ให้เราบอกเล่าเรื่องราวความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ ให้เราชี้ทางไปสู่สวรรค์ให้กับคนที่ยังไม่รู้ว่าเมื่อต้องจากโลกนี้ไปแล้วจะไปอยู่ที่ไหน เหตุผลที่พระเจ้าสั่งให้เราทำเช่นนั้นก็เพราะความรักของพระองค์ที่มีต่อมนุษย์ พระเจ้าไม่อยากเห็นใครคนใดคนหนึ่งต้องตกนรก พระองค์จึงจำเป็นที่จะต้องบอกเรื่องราวของพระองค์ให้มนุษย์ได้รับรู้มากที่สุด เพื่อคนเหล่านั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

ถ้าพูดตามหลักของความเป็นจริงแล้วคงเป็นไปไม่ได้ที่ทุกๆศาสนาจะนำเราเข้าสู่สวรรค์ เพราะศาสนาคริสต์บอกว่าพระเยซูเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะไปสวรรค์ได้ ศาสนาอิสลามบอกว่าพระอัลเลาะห์ทรงเป็นพระเจ้า ถ้าหากบอกว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าหรือมีพระเจ้าอื่นนอกเหนือจากพระอัลเลาะห์จะต้องถูกลงโทษ ศาสนาพุทธก็ได้กล่าวไว้ว่าการทำดีนั้นสามารถนำเราไปสู่นิพพานได้ จะเห็นได้ว่าหนทางไปสวรรค์ของแต่ละศาสนานั้นแตกต่างกัน และเป็นไปไม่ได้ที่ทุกศาสนาจะนำเราไปสวรรค์ได้ เพราะต่างขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ถ้าเช่นนั้นอะไรเป็นเหตุผลที่คริสเตียนถึงกล่าวว่าทางพระเยซูเท่านั้นที่จะนำเราไปสวรรค์ได้ การเกิดในครอบครัวคริสเตียนไม่ได้หมายความว่าคนๆนั้นจะเป็นคริสเตียน วัฒนธรรมหรือเชื้อชาติก็ไม่ได้กำหนดว่าคนๆนั้นจะต้องรู้จักพระเจ้า คนที่จะเป็นคริสเตียนได้ก็คือคนที่มีประสบการณ์กับพระเจ้าและรู้จักพระองค์เป็นการส่วนตัวเท่านั้น คริสเตียนแตกต่างจากศาสนาอื่นตรงที่ว่า คริสเตียนบอกว่าเราไม่สามารถทำดีใดๆได้เลยเพื่อที่จะได้เข้าสู่สวรรค์ เพราะเราทำดีเท่าไรก็ยังไม่ถึงมาตรฐานที่พระเจ้ากำหนดไว้ แม้ว่าเราจะทำดีทุกวัน แต่ก็อย่าลืมว่าเราก็ยังทำบาปได้ทุกๆวันเหมือนกัน (ความบาปที่ว่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นบาปใหญ่โตร้ายแรง แค่เราโกหก คิดไม่ดี สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนแต่เป็นบาปทั้งสิ้น)ศาสนาอื่นๆสอนว่าให้เราทำดีเพื่อจะได้เข้าสู่สวรรค์ได้ แต่ในความเป็นจริงเรายังคงทำบาปทำชั่วทุกๆวัน และหากเป็นอย่างนี้เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจะเข้าสวรรค์ได้ แต่สำหรับคริสเตียนนั้น ความบาปของเราพระเยซูได้ชดใช้บาปแทนเราแล้วโดยการตายบนไม้กางเขนและฟื้นขึ้นอีกครั้งในวันที่สาม เพราะพระองค์รู้ดีว่ามนุษย์ไม่มีทางทำดีจนถึงมาตรฐานของพระเจ้าได้เลย และการทำดีก็ไม่สามารถลบล้างความบาปที่เรากระทำได้ ดังนั้นนอกจากการช่วยเหลือของพระเยซูแล้วไม่มีมนุษย์คนใดสามารถเข้าสู่สวรรค์ได้เลย และนี่จึงเป็นที่มาของคริสเตียนที่บอกว่าพระเยซูทรงเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะพาเราเข้าสู่สวรรค์ได้ อย่างไรก็ตามการเป็นคริสเตียนไม่ได้หมายความว่าพวกคริสเตียนนั้นมีสิทธิหรือเหนือกว่าคนอื่นๆ เพราะพระคัมภีร์ได้บอกไว้อย่างชัดเจนว่าทั้งพวกคริสเตียนและพวกที่ไม่ใช่คริสเตียนนั้นต่างก็เหมือนกัน คือเป็นคนบาปทั้งสิ้นและต้องการการช่วยเหลือให้รอดจากบึงไฟนรก ซึ่งการจะรอดได้นั้นก็โดยพระคุณของพระเจ้าเท่านั้น ไม่ใช่เกิดจากการเป็นคนเคร่งศาสนาหรือเกิดจากการกระทำของเราเอง

Categories: การศึกษา

Tags: , Comments Off on คริสเตียนจึงบอกว่าพระเยซูเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะไปสวรรค์ได้

พระเยซูตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าโดยการประกาศว่าเรากับพระบิดาของเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

April 24th, 2015

43

C.S. Lewis ผู้เขียนหนังสือ ชื่่อคริสเตียนธรรมดา เขียนว่า ข้าพเจ้าพยายามที่จะไม่ให้ใคร ๆ พูดอะไร ที่คนชอบพูดกันเกี่ยวกับพระองค์ เช่นว่า ฉันพร้อมที่จะยอมรับพระเยซูว่าเป็นผู้สอนทางด้านคุณธรรมที่ดี แต่รับไม่ได้กับการอ้างว่าทรงเป็นพระเจ้า” นี่เป็นอะไรที่เราไม่ควรพูด เพราะหากคนธรรมดา ๆ จะพูดอะไร ๆ มากมายหลายอย่าง อย่างที่พระเยซูคริสต์ตรัส ไม่น่าจะเป็นอาจารย์ที่ดีได้ แต่น่าจะเป็นคนบ้ามากกว่าระดับเดียวกับคนที่พูดว่าตัวเองเป็นไข่ต้มหรือไม่ก็เป็นมารซาตานมาจากนรก คุณต้องเลือก หากพระองค์ไม่ใช่พระบุตรของพระเจ้า ก็จะต้องเป็นคนบ้าหรืออะไรที่แย่ยิ่งกว่านั้นคุณสามารถมองว่าพระองค์ทรงเป็นคนโง่คนบ้าคนหนึ่ง ถ่มน้ำลายรดพระองค์ แล้วปลงพระชนม์พระองค์ในฐานะมารซาตาน หรือซบลงแทบพระบาทของพระองค์แล้วเรียกพระองค์ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า แต่อย่าทำมาเป็นพูดเหลวไหลเลยว่าพระองค์ทรงเป็นอาจารย์ที่ดีคนหนึ่ง พระองค์ไม่ได้ให้ทรงเราเลือกแบบนั้น และไม่ได้ทรงตั้งพระทัยเช่นนั้น

แล้วพระองค์ทรงอ้างว่าทรงเป็นผู้ใด พระคัมภีร์บอกว่าพระองค์ทรงเป็นใคร ประการแรกให้เราดูพระวจนะของพระเยซูในหนังสือยอห์น 10:30 เรากับพระบิดาของเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อมองอย่างเผิน ๆ นี่อาจดูเหมือนว่าไม่ใช่การยอมรับว่าทรงเป็นพระเจ้า แต่ ให้เรามาดูกันที่ปฎิกริยาของชาวยิวต่อคำพูดประโยคนี้ เราจะขว้างท่านมิใช่เพราะการกระทำดี แต่เพราะการพูดหมิ่นประมาท เพราะท่านเป็นเพียงมนุษย์แต่ตั้งตัวเป็นพระเจ้าคนยิวเข้าใจดีว่าคำกล่าวของพระเยซูคือการยอมรับว่าทรงเป็นพระเจ้า ในข้อพระคัมภีร์ข้อต่อ ๆ มา พระเยซูไม่ได้ทรงแก้ไขคำพูดของชาวยิวโดยปฏิเสธว่า เราไม่ได้อ้างตัวว่าเป็นพระเจ้า นั่นชี้ให้เห็นว่าพระเยซูตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าโดยการประกาศว่า เรากับพระบิดาของเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ยอห์น 8:58 เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งเราบอกความจริงแก่ท่านว่าก่อนอับราฮัมบังเกิดมานั้นเราเป็น อีกครั้งหนึ่งที่พวกยิวตอบโต้พระองค์ด้วยการหยิบก้อนหินขึ้นมาจะขว้างพระองค์ การประกาศหลักฐานแสดงตัวตนของพระองค์ว่าเราเป็นคือการนำพระนามที่ใช้เรียกพระเจ้าในพันธ์สัญญาเดิมมาใช้โดยตรง ทำไมชาวยิวจึงต้องการเอาหินขว้างพระองค์อีก หากพระองค์ไม่ได้ตรัสอะไรบางอย่างที่พวกเขาคิดว่าเป็นการหมิ่นประมาทพระเจ้าซึ่งก็คือการอ้างพระองค์ว่าทรงเป็นพระเจ้า

Categories: การศึกษา

Comments Off on พระเยซูตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าโดยการประกาศว่าเรากับพระบิดาของเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

การเกิดของพระเยซูคริสต์ไม่ได้เพื่อให้แม่ของแมรี่ได้รับการดำเนินการกับโจเซฟ

February 19th, 2015

3

การเกิดของพระเยซูคริสต์ไม่ได้เพื่อให้แม่ของแมรี่ได้รับการดำเนินการกับโจเซฟ แต่ก่อนที่พวกเขามาด้วยกันมันกลับกลายเป็นว่าเธอกำลังตั้งท้องโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ โจเซฟสามีของเธอเป็นที่ดีและชอบธรรม เขาไม่ได้ดึงความอับอายขายหน้าเมื่อเธอและเขาจึงตัดสินใจที่จะแอบหย่าของเธอ แต่เมื่อเขาคิดว่าเรื่องนี้ดูเถิดมีปรากฏทูตสวรรค์ของพระเจ้าที่จะให้เขาในความฝันว่า “โยเซฟบุตรของดาวิดอย่ากลัวที่จะใช้เวลาในการที่คุณแมรี่ภรรยาของคุณสำหรับเด็กในของเธอก็คือการ พระวิญญาณบริสุทธิ์. เธอจะให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่งจะเรียกชื่อของเขาพระเยซูเพราะเขาจะช่วยคนของเขาจากความผิดบาปของพวกเขาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพื่อจะสำเร็จตามที่พระเจ้าได้ตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะดูเถิดบริสุทธิ์จะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายและพวกเขาจะเรียกชื่อของเขามานูเอลซึ่งถูกตีความคือพระเจ้ากับเรา เมื่อโยเซฟตื่นจากการนอนหลับได้กระทำตามที่ทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้บัญชาและเอาภรรยาของเขากับตัวเอง แต่เขาไม่ได้รู้จักกับเธอจนเธอได้ให้กำเนิดบุตรชาย เขาจึงเรียกชื่อเยซู

ครั้งหนึ่งในเมืองเดวิดว่าจาก Caesar Augustus มีคำสั่งว่าทุกคนในโลกควรจะเก็บภาษีนี่คือการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งแรกและจะถูกเก็บไว้เมื่อ Kvirinius เป็นผู้ปกครองของซีเรีย ทั้งหมดให้แล้วออกไปเพื่อจะเข้าเรียนแต่ละคนไปที่เมืองของเขาเอง ดังนั้นโยเซฟก็จากเมืองนาซาเร็ ธ แคว้นกาลิลีไปยังแคว้นยูเดียไปยังเมืองของดาวิดซึ่งเรียกว่าเบ ธ เลเฮเพราะเขาเป็นของราชวงศ์ของดาวิดและครอบครัว เขาไปที่นั่นเขาได้ไปกับแมรี่ภรรยาของเขาดำเนินการที่ดีกับเด็ก เมื่อพวกเขาอยู่ที่นั่นเวลานั้นมาถึงตอนที่เธอจะให้กำเนิด และเธอนำมาลูกชายคนแรกของเธอและเขาห่อและวางไว้ในรางหญ้าเพราะมีห้องพักในโรงแรมเมื่อพระเยซูเกิดในเบ ธ เลเฮจูเดียในช่วงเวลาของกษัตริย์เฮโรดดูเถิดมีพวกนักปราชญ์จากทิศตะวันออกไปยังกรุงเยรูซาเล็มและถามว่า “ในกรณีที่บังเกิดมาเป็นกษัตริย์ของพวกยิวหรือเราเห็นดาวของเขาในภาคตะวันออกและเป็นที่มานมัสการเขา.” เมื่อกษัตริย์เฮโรดได้ยินนี้เขากำลังมีความสุขทั้งชาวกรุงเยรูซาเล็มกับเขา และเขารวบรวมปุโรหิตใหญ่ทุกคนและกรานและถามพวกเขาที่ซึ่งพระคริสต์จะเกิด พวกเขากล่าวว่า “ในเบ ธ เลเฮแคว้นยูเดียเพราะว่าจึงถูกเขียนโดยผู้เผยพระวจนะ:. คุณเบ ธ เลเฮแผ่นดินยูดาห์จะไม่น้อยในหมู่เจ้าชายของยูดาห์เพื่อออกมาจากคุณจะมาเป็นผู้ปกครองที่จะเลี้ยงดูอิสราเอลประชาชนของเรา”

Categories: การศึกษา

Comments Off on การเกิดของพระเยซูคริสต์ไม่ได้เพื่อให้แม่ของแมรี่ได้รับการดำเนินการกับโจเซฟ

คริสตจักรที่แท้จริงนั้นไม่มีชื่อแต่เป็นการร่วมประชุมกันของเหล่าสาวกพระคริสต์ในแต่ละแห่ง

January 27th, 2015

3

คริสจักรคืออะไร คริสตจักรกับโบสถ์เหมือนกันรึเปล่า ทำไมบางคนเรียกคริสตจักร บางคนเรียกโบสถ์ แล้วต่างกันตรงไหนในภาษากรีกซึ่งเป็นต้นฉบับของพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ คำว่า ekklesia ซึ่งถูกแปลว่า “คริสตจักร” นั้นหมายถึง กลุ่มชนที่ถูกเรียกออกมาชุมนุมกัน ดังนั้นศัพท์คำนี้จึงหมายถึง กลุ่มชน ไม่ใช่สถานที่ หรือสิ่งปลูกสร้าง แต่ป้ายของสถานที่ประชุมของคริสเตียนส่วนใหญ่มักจะเขียนว่า คริสตจักร ดังนั้นคนทั่วไปจึงเข้าใจว่า อาคารหลังนั้นก็คือ คริสตจักร และอาคารที่เป็นที่ประชุมส่วนใหญ่ก็มีหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ของโบสถ์คริสต์ ดังนั้นเขาจึงเรียกว่า “โบสถ์” สุดท้ายก็เลยสับสน เข้าใจว่า คริสตจักรก็คือโบสถ์ ในความเป็นจริง ถ้าจะเรียกกันให้ถูกต้อง เราไม่ควรเรียกอาคาร หรือสถานที่ซึ่งคริสเตียนมาประชุมกันว่า คริสตจักร แต่ควรเรียกว่า “สถานที่ประชุมของคริสตจักร” จึงจะถูกต้อง ส่วนคริสตจักรนั้นหมายถึงกลุ่มชนที่ถูกเรียกจากพระเจ้าให้แยกออกมาจากฝ่ายโลก เพื่อชุมนุมกันต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า

คริสตจักรที่แท้จริงนั้นไม่มีชื่อ แต่เป็นการร่วมประชุมกันของเหล่าสาวกพระคริสต์ในแต่ละแห่ง แต่บรุษไปรษณีย์จะงงงวยมากและไม่เข้าใจ เพราะกลุ่มคนนั้นต้องมีชื่อกลุ่ม ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่ากลุ่มไหน อยู่ที่ไหน ในสมัยท่านเปาโลก็มีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น คนภายนอกเลยเรียกเอาเองว่าพวกนาซาเร็ธบ้าง พวกพระคริสต์บ้าง(คริสเตียน) พวกทางนั้นบ้าง พวกคว่ำโลกบ้าง นี่เป็นชื่อคนนอกตั้งให้ทั้งนั้นปัจจุบันคริสเตียนมีมากมายหลายกลุ่มเหลือเกินทั่วโลก พวกเรานั้น คริสเตียนทั่วไปเขาเรียกว่าพวกคณะที่ประชุม(assembly) ภาษาจีนว่า ชิ่วฮุ่ยโส่ว ที่แท้จริงคือผู้เชื่อในพระเยซู เชื่อในพระเจ้า และมาร่วมประชุมกันเป็นกลุ่ม แสวงหาสัจธรรมฝ่ายวิญญาน ถ้าเราไม่ให้ชื่อว่าคริสตจักรในกรุงเทพ คนทั่วไป คริสเตียนทั่วไปแม้บุรุษไปรษณีย์ก็จะงง ดังนั้นจึงต้องมีชื่อกลุ่มแล้วแต่จะตั้ง และมีที่อยู่เพื่อการติดต่อ ดังที่คริสเตียนทั่วโลกเขาทำกัน เรื่องนี้อย่าเถรตรงเกินไป และอย่าเน้นเป็นเรื่องใหญ่โต ให้แสวงหาที่จะเติบโตฝ่ายวิญญานมากๆ มีพระคริสต์มากๆ คนฝ่ายวิญญานที่แท้จริงก็เป็นพวกเดียวกันอยู่แล้ว พวกพระเจ้าไง พวกพระคริสต์ไง พระเจ้าทราบอยู่แล้วว่าใครเป็นใคร พระเจ้าคอยดูว่าเรามีพระคริสต์ในตัวเราเท่าไรแล้ว นี่ต่างหากที่เป็นฝ่ายวิญญานและฝ่ายสวรรค์ จะอยู่กลุ่มไหน ไปประชุมที่ไหน หรืออยู่แต่ที่บ้านเพราะไปคริสตจักรต่างๆไม่ลง ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะคนฝ่ายวิญญานดำเนินอย่างดื่มด่ำกับพระวิญญานทุกวัน ซาบซ่านกับพระวิญญานทุกวัน แล้วสถานที่ประชุมเอย ชื่อสถานที่ประชุมเอยจะสำคัญอะไรสิ่งที่พระเจ้าต้องการในที่สุดคือธาตแท้ของพระคริสต์ สำแดงออกมาทางจิตและกายต่างหาก นอกจากสภาพและธาตุแท้ฝ่ายวิญญานแล้ว นอกนั้นล้วนเป็นวัตถุ เป็นไม้ เป็นอิฐ ไม่ใช่ฝ่ายสวรรค์เลย เข้าใจหรือยัง

Categories: การศึกษา

Comments Off on คริสตจักรที่แท้จริงนั้นไม่มีชื่อแต่เป็นการร่วมประชุมกันของเหล่าสาวกพระคริสต์ในแต่ละแห่ง

ทำความเข้าใจเรื่องคริสตจักรเครือข่าย

December 2nd, 2014

คริสตจักรแบบเครือข่าย (Network Church)  คือคริสตจักรแห่งการร่วมมือกันและช่วยเหลือกันอย่างลึกซึ้งของกลุ่มคริสตจักรท้องถิ่นในหลากหลายรูปแบบ จนเป็นเสมือนกับเป็นคริสตจักรเดียวกัน คริสตจักรเครือข่ายเป็นคริสตจักรท้องถิ่นในรูปแบบใหม่ ซึ่งมีรูปแบบพื้นฐานอยู่ 3 รูปแบบดังนี้

1.  Network House Church (แบบคริสตจักรเครือข่ายบ้าน) หรือกลุ่มคริสตจักรตามบ้านที่มีการเชื่อมโยงกัน ช่วยเหลือกัน และรวมตัวนมัสการด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ อาจรวมตัวกันทุกสัปดาห์หรือเดือนละครั้งหรือสองเดือนครั้ง ก็แล้วแต่ตกลงกัน โดยอาจไปเช่าหรือใช้สถานที่ที่ใดที่หนึ่ง และทั้งหมดเคลื่อนเสมือนเป็นคริสตจักรเดียวกัน รูปแบบนี้มักเป็นกรณีของการทำกลุ่มคริสตจักรตามบ้าน(หรือตามที่ต่างๆ)ที่ไม่มีอาคารสถานที่เป็นของตนเอง
2. Building-Shared Network Church (คริสตจักรเครือข่ายร่วมสถานที่) เป็นกรณีของคริสตจักรแห่งหนึ่งมีสถานที่ของตน แต่มีใจกว้างเปิดให้คริสตจักรอื่นๆ หรือผู้รับใช้อื่นๆ ที่ไม่มีอาคารสถานที่ มาร่วมใช้นมัสการ โดยทำได้หลายรูปแบบ เช่น อาจแบ่งใช้คนละห้อง แบ่งใช้คนละเวลา หรือแบ่งใช้คนละวัน ซึ่งแต่ละรอบก็ไม่จำเป็นต้องมีสไตล์เหมือนกัน หรือยังอาจมีรอบรวมที่ทุกรอบมารวมตัวกันเป็นครั้งคราว หรือยังทำได้ขนาดว่าทุกคริสตจักรมานมัสการร่วมกันในรอบเดียวกันตลอด โดยผลัดกันเทศนา ผลัดกันนำ  ส่วนในเรื่องเงินถวายก็สามารถใช้การแยกซองถวาย ส่วนหน้าที่รับผิดชอบและค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ช่วยเหลือกันตามน้ำใจ  ตามกำลังและความเหมาะสม และทั้งหมดเคลื่อนเสมือนเป็นคริสตจักรเดียวกัน
3. Cooperative Network Church (คริสตจักรเครือข่ายหุ้นส่วนหรือสหกรณ์) เป็นกรณีของคริสตจักรหลายๆ แห่งที่ต่างก็มีอาคารสถานที่ของตนเอง แต่ได้ร่วมมือกันอย่างลึกซึ้ง เช่น รวมงบประมาณกัน แบ่งปันบุคคลากรกัน ร่วมนโยบายแผนงานและกิจกรรมด้วยกัน ฯลฯ หรือบางที่ก็เป็นรูปแบบของ Multisite church  หรือ Satellite Church คือ ใช้คำเทศนาร่วมกัน  (เช่น ส่งบทเรียน ส่งคำเทศนา หรือถ่ายทอดสดคำเทศนาไปยังคริสตจักรในเครือข่าย)  และทั้งหมดเคลื่อนเสมือนเป็นคริสตจักรเดียวกัน

ในโลกนี้กำลังเกิด Network Church หรือคริสตจักรแบบเครือข่ายมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่คริสตจักรต่างๆต้องลงทุนซื้อที่ดินและสร้างอาคารคริสตจักร ซึ่งก็จะเป็นไปได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะราคาที่ดินหรือค่าเช่าแพงขึ้นมาก หลายคริสตจักรในโลกตะวันตกคริสตจักรต้องปิดตัวเพราะไม่สามารถจ่ายหนี้ที่กู้ธนาคารมาก่อสร้างคริสตจักรได้ หรือไม่สามารถจ่ายค่าดูแลรักษาอาคารได้ หรือไม่ก็ทุ่มเทเงินไปกับเรื่องอาคารสถานที่จนแทบไม่เหลือสำหรับเรื่องการประกาศข่าวประเสริฐ มิชชั่น และการสนับสนุนผู้รับใช้ ในขณะที่ หลายๆ คริสตจักรต่างก็ต้องแบกภาระมหาศาลในการซื้อหรือเช่าสถานที่ทั้งๆ ที่คริสตจักรก็อยู่ใกล้กัน และต่างก็ยังใช้ไม่คุ้มค่าอยู่แล้ว

Categories: การศึกษา

Tags: , Comments Off on ทำความเข้าใจเรื่องคริสตจักรเครือข่าย

การศึกษาศาสนาคริสต์ จึงต้องศึกษาที่ศาสนายูดายก่อน

November 24th, 2014

ศาสนาคริสต์ เป็นศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดศาสนาหนึ่ง มีลักษณะ เป็นศาสนาเทวนิยม  ซึ่งนับถือพระเจ้าองค์เดียว คือ พระยะโฮวาหรือพระยาเวห์  คำว่า คริสต์ มาจากภาษากรีกว่า คริสตอล แปลว่า ผู้ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของพระเจ้า ศาสนาคริสต์ เป็นศาสนา ที่เน้นการมอบความรักที่บริสุทธิ์ให้แก่กัน  เพราะหลักการของศาสนาคริสต์ ถือว่า มนุษย์ทุกคน เป็นบุตรของพระเจ้าศาสนาคริสต์ เป็นศาสนา ที่พัฒนาหรือปฏิรูปมาจากศาสนายิวหรือยุดาย ดังนั้น การศึกษาศาสนาคริสต์ จึงต้องศึกษาที่ศาสนายูดายก่อน ประมาณ 2,000 ปี ก่อนคริสต์กาล ชนเผ่าหนึ่งเป็นบรรบุรุษของชาวยิว ตั้งถิ่นฐานอยู่ ณ ดินแดนเมโสโปเตเมีย มีหัวหน้าเผ่าชื่อ อับราฮัมได้อ้างตนว่า ได้รับโองการจากพระเจ้า ให้อพยพ ชนเผ่าไปอยู่ในดินแดนที่เรียกว่า คานาอัน โดยอับราฮัม กล่าวว่า พระเจ้ากำหนดและสัญญาให้ชนเผ่านี้ เป็นชนชาติ ที่ยิ่งใหญ่ต่อไป การที่พระเจ้าสัญญา จึงก่อให้เกิดพันธสัญญา ระหว่างพระเจ้ากับชนชาวยิว  ดังนั้น ในเวลาต่อมา จึงเรียกคัมภีร์ ของศาสนายูดาย และศาสนาคริสต์ว่า “พันธสัญญา”

ต่อมาดินแดนคานาอัน ประสบความแห้งแล้งอย่างรุนแรง ชาวยิว จึงอพยพกลับ ไปอยู่ในดินแดนของประเทศอียิปต์ และกลายเป็นทาสของอียิปต์ ชาวยิว ทนความลำบากของสภาพทาสไม่ได้ จึงคิดอพยพกลับไปดินแดนคานาอัน การเดินทางครั้งนี้ พระเจ้าทรงมีโองการให้ชาวยิวคนหนึ่งชื่อ “โมเสส” เป็นหัวหน้า ระหว่างเดินทางเต็มไปด้วยความลำบาก และต้องรอนแรมกลางทะเลทรายหลายปี และชาวอียิปต์ได้ส่งทหารติดตามกวาดล้าง โดยคิดว่าชาวยิวจะก่อกบฏ เมื่อไล่ติดตามมาถึงทะเลแดง ด้วยอำนาจของพระเจ้า โมเสสได้แยกน้ำออกจากกัน ทำให้ชาวยิวหนีรอดมาได้ เหตุการณ์สำคัญนี้ ต่อมาได้กลายเป็นเหตุการณ์สำคัญ ในงานฉลองประจำปี เรียกว่างานฉลองปาสกา นอกจากนี้ พระเจ้าได้มอบบัญญัติ 10 ประการ ให้แก่โมเสส  เพื่อให้ชาวยิวนำไปยึดถือปฏิบัติ บัญญัติ 10 ประการนี้ ถือเป็นหลักสำคัญของศาสนายูดาย และต่อมาถือเป็นหลักสำคัญของศาสนาคริสต์ ด้วย โมเสส ได้รับการยกย่องให้เป็นศาสดาของศาสนายูดาย

Categories: การศึกษา

Comments Off on การศึกษาศาสนาคริสต์ จึงต้องศึกษาที่ศาสนายูดายก่อน

คริสตจักรเป็นชุมชนแห่งความเชื่อ ความหวัง และความรัก

October 8th, 2014

เมื่อท่านได้รู้จักกับพระเจ้าแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในการที่จะทำให้ท่านได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้นก็คือการไปคริสตจักรหรือโบสถ์ เพราะที่นี่จะทำให้ท่านได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆในพระคัมภีร์ ได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนๆผู้เชื่อด้วยกัน รวมทั้งยังได้รับคำแนะนำดีๆในการดำเนินชีวิตคริสเตียนอีกด้วย พยายามรวบรวมที่อยู่หรือเว็บไซต์ของคริสตจักรต่างๆในประเทศไทย ท่านสามารถไปร่วมคริสตจักรใดก็ได้ที่ท่านสะดวกหรืออยู่ใกล้ท่าน เพราะคริสตจักรของพระเจ้าไม่ว่าที่ใดก็ตามล้วนเหมือนกัน เพราะเรามีพระเจ้าองค์เดียวกันทรงเป็นศรีษะของคริสตจักร และผู้เชื่อทุกๆคนก็ต่างเป็นกายเดียวกัน

ประโยชน์ของการไปคริสตจักร
1. คริสตจักรเป็นแหล่งแห่งการเรียนรู้จักพระเจ้า
พระจ้ามีจริงหรือ?แล้วพระเจ้าคือใคร? เกี่ยวข้องกับเราและโลกนี้อย่างไร? การรู้จักพระเจ้าจำเป็นต่อชีวิตของเราอย่างไร? ในคริสตจักรมีคำตอบสำหรับคำถามนี้ การรู้จักพระเจ้าไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องศาสนา แต่เราสามารถที่จะรู้จักพระเจ้าผู้ที่สร้างเรา  เราสามารถที่จะพูดคุยกับพระเจ้า และพระเจ้าสามารถที่จะช่วยเราได้ในทุกปัญหาของชีวิตเรา การเรียนรู้จักพระเจ้าจึงเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมากสำหรับชีวิตมนุษย์
2. คริสตจักรเป็นที่ๆเรียนรู้จักสิ่งดีจากชีวิตของผู้เชื่ออื่นๆ
คริสตจักรเป็นชุมชน  การมาที่คริสตจักรทำให้เราได้เรียนรู้จักวิถีชีวิตของผู้อืน เพื่อเราเองจะได้เรียนรู้จักสิ่งดีของกันและกัน รับกำลังใจจากกันและกัน  หรือ หากมีปัญหาใดๆก็จะได้ช่วยเหลือแบ่งปันกัน ตามคำสอนของพระคัมภีร์
3. คริสตจักรเป็นที่ๆเสริมสร้างชีวิต
– ด้านจริยธรรม คริสจักรเป็นที่แห่งการอบรมผู้เชื่อให้ดำเนินชีวิตในทางพระเจ้าอันเนการอบรมรมในทางจริยะธรรม
– ด้านอารมณ์และความคิด คริสตจักรได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อคนทุกกลุ่มวัย ผู้เชื่อจะได้เรียนรู้จักการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น  การทำงานร่วมกับผู้อื่น การพักผ่อน ผ่านกิจกรรมต่างๆ
– ด้านพัฒนาความรู้ความสามารถ ในคริสตจักรเปิดโอกาสให้สมาชิก ได้นำความรู้ความสามารถที่มีมาใช้ในคริสตจักรได้  รวมถึงสามารถที่จะเรียนรู้เรื่องอื่นๆตามความสนใจได้

Categories: การศึกษา

Tags: , Comments Off on คริสตจักรเป็นชุมชนแห่งความเชื่อ ความหวัง และความรัก

การศึกษาในคริสตจักรของพระเยซูนั้นมีความสำคัญมากแค่ไหน

September 23rd, 2014

มีคนหลายคนคิดว่าคริสตจักรคือตัวอาคาร แต่นี่ไม่ใช่ความหมายของคำว่าคริสตจักรตามแนวพระคัมภีร์ คำว่าคริสตจักรมาจากคำว่า Ecclesia ในภาษากรีก ซึ่งหมายความว่าที่ประชุมหรือผู้ที่ถูกเรียกออกมารากศัพท์ของคำว่าคริสตจักรไม่ได้หมายถึงตัวอาคาร แต่หมายถึงผู้คน เมื่อท่านถามใครคนใดคนหนึ่งว่าเขาไปคริสตจักรไหน โดยปรกติเขาจะตอบว่า แบพติศ, เมโธดิสต์, หรือ นิกายอื่น ๆ ส่วนใหญ่เขาจะหมายถึงนิกายหรือตัวอาคารและขอฝากความคิดถึงมายังคริสตจักรที่อยู่ในบ้านเขาด้วยท่านเปโลพูดถึงคริสตจักรในบ้านของพวกเขา, ไม่ใช่ตัวอาคาร แต่เป็นกลุ่มผู้เชื่อคริสตจักรคือพระกายของพระคริสต์ พระเจ้าได้ทรงปราบสิ่งสารพัดลงไว้ใต้พระบาทของพระคริสต์ และได้ทรงตั้งพระองค์ไว้เป็นประมุขเหนือสิ่งสารพัดแห่งคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ คือซึ่งเต็มบริบูรณ์ด้วยพระองค์ ผู้ทรงอยู่เต็มทุกอย่างทุกแห่งหน” พระกายของพระคริสต์ประกอบด้วยผู้เชื่อทุกคนตั้งแต่สมัยเพนเทคศเตจนถึงวันที่พระองค์จะเสด็จมารับเรา พระกายของพระคริสต์ประกอบด้วย

คริสตจักรสากลคือคริสตจักรที่ประกอบด้วยทุกคนที่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเยซู เพราะว่าถึงเราจะเป็นพวกยิวหรือพวกต่างชาติ เป็นทาสหรือมิใช่ทาสก็ตาม เราทั้งหลายได้รับบัพติศมาโดยพระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็นกายอันเดียวกัน และพระวิญญาณองค์เดียวกันนั้นซาบซ่านอยู่เราจะเห็นว่าใครก็ตามที่เชื่อคือส่วนหนึ่งของพระกายของพระคริสต์ คริสตจักรของพระเจ้าที่แท้จริงไม่ใช่อาคารหรือนิกายใดทั้งสิ้น คริสตจักรสากลของพระเจ้าคือผู้ที่ได้รับความรอดโดยทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ คริสตจักรท้องถิ่นซึ่งได้มีกล่าวไว้เปาโลผู้เป็นอัครสาวกและบรรดาพี่น้องที่อยู่กับข้าพเจ้าเรียนคริสตจักรทั้งหลายแห่งแคว้นกาลาเทียตรงนี้เราจะเห็นว่ามีคริสตจักรหลายแห่งในเมืองกาลาเทีย – เราเรียกคริสตจักรเหล่านี้ว่าคริสตจักรท้องถิ่น คริสตจักรแบพติส, ลูเธอร์เร็น, คาทอลิก, ฯลฯ ไม่ใช่คริสตจักรดังเช่นคริสตจักรสากล – แต่เป็นคริสตจักรท้องถิ่น คริสตจักรสากลประกอบด้วยผู้ที่วางใจในพระคริสต์สำหรับความรอด คริสตจักรสากลเหล่านี้ควรแสวงหาความสัมพันธ์จากคริสตจักรท้องถิ่นและทำให้ตัวเองจำเริญขึ้นสรุปว่า คริสตจักรไม่ใช่ตัวอาคารหรือคณะนิกาย ตามที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ คริสตจักรคือพระกายของพระคริสต์ – ทุกคนที่เชื่อในพระคริสต์สำหรับความรอดผู้ที่ประกอบเป็นคริสตจักรสากล นมัสการพระเจ้าอยู่ตามคริสตจักรท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วไป

Categories: การศึกษา

Tags: , Comments Off on การศึกษาในคริสตจักรของพระเยซูนั้นมีความสำคัญมากแค่ไหน

ทำความเข้าในเรียนรู้ในเรื่องของความหมายที่แท้จริงของคริสตจักร

August 9th, 2014

เมื่อพูดถึงคริสตจักร คริสเตียนหลายคนเข้าใจว่า ตัวอาคารที่ใช้สำหรับการประชุมของคริสเตียน หรือหน่วยงานองค์กรนิติบุคคลที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐ และคริสตจักรในความหมายของภาษากรีกคือ กลุ่มคนที่ถูกเรียกออกมาเพื่อบางอย่าง หรือคริสตจักรคือคริสเตียนกลุ่มหนึ่งที่ถูกเรียกออกมาจากโลกนี้ จริงๆแล้วความหมายดังกล่าวไม่ได้ผิดแต่อย่างได แต่เป็นความหมายที่ไม่ครบถ้วนตามความหมายของภาษาฮีบรู คริสตจักรในความหมายของภาษาฮีบรู หมายถึงชุมชนของอิสราเอลในความหมายกว้างๆ หรือความหมายที่เจาะจงคือ ชุมชนของอิสราเอลที่เชื่อในพระเมสิยาห์ หรือพระคริสต์นั่นเอง ถ้าเราจะลงลึกในความหมายของคำว่าคริสตจักรในบริบทของคนฮีบรู เราจะเห็นว่ามีความหมายเกี่ยวข้องกับ อาณาจักรของอิสราเอล หรือ บ่อยครั้งที่พระเยซูกล่าวถึงคือ แผ่นดินของพระเจ้า

สำหรับคนยิว คำว่าแผ่นดินของพระเจ้า และแผ่นดินสวรรค์ มีความหมายเดียวกัน คนยิวจะเข้าใจว่า เมื่อกล่าวถึงแผ่นดินสวรรค์ก็มีความหมายว่าเป็นแผ่นดินของพระเจ้านั่นเอง  เนื่องจากคนยิวจะระมัดระวังอย่างมากในการใช้คำว่าพระเจ้า  หลายครั้งจึงใช้คำว่าแผ่นดินสรรค์แทน และหัวใจของแผ่นดินของพระเจ้าคือ การที่มีพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์ครอบครองนั่นเอง  นี่เป็นเหตุผลที่เมื่อชนชาติอิสราเอลต้องการมีกษัตริย์ที่เป็นมนุษย์ ทำให้พระเจ้าโกรธและกล่าวว่าเขากบฏต่อพระองค์ พระคัมภีร์ใหม่หลายครั้งกล่าวว่า พระเยซูทรงเป็นศีรษะของคริสตจักรหรือ พระเยซูทรงเป็นศีรษะของชุมชนของพระเมสิยาห์ คำว่าศีรษะมีความหมายเดียวกันกับ กษัตริย์ เช่น หลายครั้งพระคัมภีร์กล่าวว่า ศีรษะของซีเรียคือดามัสกัส และศีรษะของดามัสกัสคือกษัตริย์ที่ปกครองอยู่ในเวลานั้นสรุปให้เข้าใจง่ายคือ คริสตจักรคือชุมชนที่มีพระเมสิยาห์หรือพระคริสต์ทรงเป็นกษัตริย์หรือศีรษะ

คริสตจักรคือชุมชนอิสราเอลที่แท้จริง ประเด็นสำคัญของคนยิว ไม่ใช่เรื่องคำสอนว่าพระเมสิยาห์คือใคร เพราะคนยิวทุกคนล้วนถูกสอนมาตั้งแต่เด็กๆมาแล้วว่า พระเมสิยาห์ทรงเป็นพระเจ้าที่จะมาไถ่บาปมนุษย์และจะสร้างอาณาจักรของพระองค์ ขึ้นอย่างแท้จริง คำว่าอาณาจักรของพระเจ้านั้นคือ คริสตจักร แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดของคนยิวคือ ต้องเชื่อว่าพระเมสิยาห์นั้นเสด็จมาแล้วเมื่อสองพันปีที่ผ่านมา เพราะคนยิวหลายคนไม่เชื่อว่าเยซูชาวนาซาเร็ธทรงเป็นพระเมสิยาห์ คำว่าคริสตจักรแท้จริงแล้วก็คือแผ่นดินของพระเจ้านั่นเอง หลายคนในทุกวันนี้ไม่เข้าใจในความหมายแผ่นดินของพระเจ้าและคริสตจักรอย่าง แท้จริง เหตุผลหลักอย่างหนึ่งก็คือเรามีมุมมองของคนต่างชาติ และฝรั่งที่นำความรอดของพระเยซูคริสต์เข้ามาประกาศในบ้านเราก็มีมุมมองของ ฝรั่ง  ที่มีรากฐานการมองแบบกรีก

Categories: การศึกษา

Tags: , Comments Off on ทำความเข้าในเรียนรู้ในเรื่องของความหมายที่แท้จริงของคริสตจักร

Feed

http://www.sendas.ws /