คริสตจักรเป็นชุมชนแห่งความเชื่อ ความหวัง และความรัก

August 30th, 2016

fcc20130307001

เมื่อท่านได้รู้จักกับพระเจ้าแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในการที่จะทำให้ท่านได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้นก็คือการไปคริสตจักรหรือโบสถ์ เพราะที่นี่จะทำให้ท่านได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆในพระคัมภีร์ ได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนๆผู้เชื่อด้วยกัน รวมทั้งยังได้รับคำแนะนำดีๆในการดำเนินชีวิตคริสเตียนอีกด้วย พยายามรวบรวมที่อยู่หรือเว็บไซต์ของคริสตจักรต่างๆในประเทศไทย ท่านสามารถไปร่วมคริสตจักรใดก็ได้ที่ท่านสะดวกหรืออยู่ใกล้ท่าน เพราะคริสตจักรของพระเจ้าไม่ว่าที่ใดก็ตามล้วนเหมือนกัน เพราะเรามีพระเจ้าองค์เดียวกันทรงเป็นศรีษะของคริสตจักร และผู้เชื่อทุกๆคนก็ต่างเป็นกายเดียวกัน ประโยชน์ของการไปคริสตจักร 1. คริสตจักรเป็นแหล่งแห่งการเรียนรู้จักพระเจ้า พระจ้ามีจริงหรือ?แล้วพระเจ้าคือใคร? เกี่ยวข้องกับเราและโลกนี้อย่างไร? การรู้จักพระเจ้าจำเป็นต่อชีวิตของเราอย่างไร? ในคริสตจักรมีคำตอบสำหรับคำถามนี้ การรู้จักพระเจ้าไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องศาสนา แต่เราสามารถที่จะรู้จักพระเจ้าผู้ที่สร้างเรา  เราสามารถที่จะพูดคุยกับพระเจ้า และพระเจ้าสามารถที่จะช่วยเราได้ในทุกปัญหาของชีวิตเรา การเรียนรู้จักพระเจ้าจึงเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมากสำหรับชีวิตมนุษย์ 2. คริสตจักรเป็นที่ๆเรียนรู้จักสิ่งดีจากชีวิตของผู้เชื่ออื่นๆ คริสตจักรเป็นชุมชน  การมาที่คริสตจักรทำให้เราได้เรียนรู้จักวิถีชีวิตของผู้อืน เพื่อเราเองจะได้เรียนรู้จักสิ่งดีของกันและกัน รับกำลังใจจากกันและกัน  หรือ หากมีปัญหาใดๆก็จะได้ช่วยเหลือแบ่งปันกัน ตามคำสอนของพระคัมภีร์ 3. คริสตจักรเป็นที่ๆเสริมสร้างชีวิต – ด้านจริยธรรม คริสจักรเป็นที่แห่งการอบรมผู้เชื่อให้ดำเนินชีวิตในทางพระเจ้าอันเนการอบรมรมในทางจริยะธรรม – ด้านอารมณ์และความคิด คริสตจักรได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อคนทุกกลุ่มวัย ผู้เชื่อจะได้เรียนรู้จักการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น  การทำงานร่วมกับผู้อื่น การพักผ่อน ผ่านกิจกรรมต่างๆ – ด้านพัฒนาความรู้ความสามารถ ในคริสตจักรเปิดโอกาสให้สมาชิก ได้นำความรู้ความสามารถที่มีมาใช้ในคริสตจักรได้  รวมถึงสามารถที่จะเรียนรู้เรื่องอื่นๆตามความสนใจได้

Categories: การศึกษา

Comments Off on คริสตจักรเป็นชุมชนแห่งความเชื่อ ความหวัง และความรัก

ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาสำคัญและยิ่งใหญ่ของโลกศาสนาหนึ่ง

October 18th, 2015

เรื่องของศาสนาคริสต์และเรื่องของพระเยซูสำหรับคนไทยทั่วๆไปนับว่าคลุมเครือเป็นอย่างยิ่ง และนอกเหนือจากความคลุมเครือแล้ว คนไทยเรายังมีทัศนะคติที่ระมัดระวังตัวในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับแวดวงของคริสต์ศาสนาอีกด้วย เรากลัวการถูกล้างสมองหรือถูกยัดเยียดความเชื่อที่ขัดต่อระเบียบประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมของเราชาวไทยและไทยปนจีน (หรือจีนปนไทย) ที่เราคุ้นเคยกันดี บางคนบอกว่าคนคริสต์ไม่นับถือพ่อแม่และบรรพบุรุษ คนคริสต์นับถือแต่พระเจ้า อะไรๆก็พระเจ้า วันทั้งวันหาทางแต่จะยัดเยียดพระเจ้าให้คนอื่น ทำตัวเหมือนนักขายตรงที่น่าเบื่อหน่าย

พระเยซูคริสต์คือใคร
จากพระคัมภีร์อีกเช่นกัน ทำให้เรารู้ว่า เหตุที่บาปครั้งแรกของมนุษย์ได้กระทำโดยผู้ที่บริสุทธิ์และไม่เคยทำบาปมาก่อน ดังนั้น การชำระบาปทั้งหมดในโลกจะต้องกระทำด้วยการทำพลีกรรมด้วยชีวิตและเลือดของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ที่บริสุทธิ์จากบาปเช่นกัน แต่การที่จะหาชีวิตมนุษย์ที่บริสุทธิ์จากบาปนั้นไม่มีทางกระทำได้เลยเนื่องจากมนุษย์ที่สืบเชื้อสายกันต่อๆกันมาจากเชื้อชีวิตปกติของมนุษย์ผู้ชายนั้นย่อมเป็นมนุษย์ที่มีบาปติดตัวมาทุกคน

ดังนั้นพระเจ้าจึงได้ทรงให้กำเนิดมนุษย์ด้วยวิธีพิเศษอีกครั้งหนึ่งในการทรงสร้างของพระองค์ นั่นคือการให้กำเนิดพระเยซูคริสต์จากพระวิญญาณของพระองค์เองโดยอาศัยครรภ์ของหญิงสาวพรหมจารีเพื่อให้ได้รูปกายอันเป็นมนุษย์อันจำเป็นสำหรับการเข้าพิธีพลีกรรม

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าพระเจ้าเองนั่นแหละได้ทรงใช้พระองค์เองมารับสภาพมนุษย์พิเศษที่มิได้เกิดในบาปเพื่อกระทำการไถ่บาปทั้งปวงให้แก่มนุษย์ทั้งหลายนี่แสดงให้เห็นถึงราคาของความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์สิ่งที่ทรงสร้างขึ้นมาตามฉายาของพระองค์เองตั้งแต่ครั้งอดีตกาล

ในพระคัมภีร์ได้เรียกพระเยซูคริสต์ว่าพระบุตรพระเจ้าบ้าง เรียกว่าบุตรมนุษย์บ้าง เรียกว่าพระผู้ช่วยให้รอดบ้าง แต่จะเรียกอย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือว่า พระเยซูคริสต์ก็คือองค์พระเจ้า องค์พระผู้สร้างกัลปจักรวาลนี้นี่เอง แต่พระองค์ทรงยอมมารับสภาพเนื้อหนังของมนุษย์เพื่อพันธกิจพิเศษสุดสำหรับมนุษย์ และนี่เป็นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่พระเจ้ากับมนุษย์ได้ใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมของมนุษย์เองพระเยซูคริสต์ทรงเป็นทั้งพระเจ้าและทรงเป็นมนุษย์เต็มที่เท่าๆกันและในเวลาเดียวกัน

พันธกิจประการเดียวของพระเยซูคริสต์คือการทำให้สำร็จตามน้ำพระทัยของพระเจ้าในแผนการไถ่บาปให้แก่มนุษย์
ลำดับเหตุการณ์สำคัญของพระเยซูคริสต์คือ พระเจ้าทรงให้พระเยซูคริสต์ได้ทรงอุบัติขึ้นในโลก ทรงให้พระเยซูคริสต์ประกาศพันธกิจของพระเจ้าโดยการแสดงหมายสำคัญและการอัศจรรย์ต่างๆ ทรงเทศนาให้มนุษย์ทราบถึงเรื่องแผ่นดินสวรรค์และการพิพากษาที่จะมาถึง ทรงให้มีการวางรากฐานของงานไถ่บาปในหมู่มนุษย์โดยการทรงแต่งตั้งอัครสาวกรุ่นแรก จากนั้นทรงให้พระเยซูคริสต์ถูกใส่ร้ายด้วยความริษยาของพวกปุโรหิตยิวจนกระทั่งพระองค์ถูกจับกุมโดยผู้ปกครองชาวโรมัน ถูกโบยตีภายใต้กฏหมายของมนุษย์จนหลั่งพระโลหิต พูดง่ายๆว่าพระเจ้าทรงยอมถ่อมพระองค์ถึงขนาดยอมให้มนุษย์พิพากษาพระเจ้า และสุดท้ายพระองค์ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขนจนสิ้นพระชนม์และสิ้นสภาพมนุษย์ในฐานะเครื่องพลีกรรมตามวิธีที่มีมาแต่เดิม… หลังจากผู้ศรัทธาพระเยซูได้นำพระศพไปบรรจุไว้ในอุโมงค์ฝังศพแล้ว พระเจ้าได้ทรงให้พระเยซูคริสต์ฟื้นขึ้นในวันที่สามหลังจากการสิ้นพระชนม์ ทรงสำแดงพระองค์ให้อัครสาวก และคนทั้งหลายได้เห็นเพื่อเป็นการยืนยันว่าทรงชนะความตายอันเป็นราคาของความบาปของมนุษย์ทั้งโลกได้จริง เพื่อให้ทุกคนได้เชื่อและวางใจในพันธกิจของพระองค์ที่รับมาจากพระเจ้า ทรงมีมหาบัญชาแก่สาวกเพื่อทำงานต่อจากพระองค์ หลังจากนั้นแล้วพระองค์ได้กลับสู่สวรรค์ต่อหน้าต่อตาคนจำนวนมาก

Categories: การศึกษา

Comments Off on ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาสำคัญและยิ่งใหญ่ของโลกศาสนาหนึ่ง

คริสตจักรจะต้องเป็นสถานที่สำหรับสามัคคีธรรมที่คริสเตียนสามารถใช้เวลาให้กับซึ่งกันและกัน

October 1st, 2015

26

คริสตจักรมีหน้าที่สอนหลักคำสอนในพระคัมภีร์เพื่อที่เราจะได้มีความเชื่อที่มีรากฐานมั่นคง หนังสือเอเฟซัสบอกว่าเพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไปถูกซัดไปเซมาและหันไปเหมาด้วยลมปากแห่งคำสั่งสอนทุกอย่าง และด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ตามอุบายฉลาดอันเป็นการล่อลวง คริสตจักรจะต้องเป็นสถานที่สำหรับสามัคคีธรรม ที่คริสเตียนสามารถใช้เวลาให้กับซึ่งกันและกัน ให้เกียรติต่อกันสั่งสอนซึ่งกันและกันมีใจเมตตาสงสารกัน หนุนใจกันและที่สำคัญที่สุดคือรักซึ่งกันและกัน คริสตจักรคือสถานที่สำหรับผู้เชื่อที่จะมาเข้าพิธีศีลมหาสนิทร่วมกันเพื่อระลึกถึงการวายพระชนม์และการหลั่งพระโลหิตของพระคริสต์แทนเราแนวความคิดของการ หักขนมปังแสดง ถึงการรับประทานอาหารร่วมกัน นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการส่งเสริมให้มีสามัคคีธรรมของคริสตจักรวัตถุประสงค์สุดท้ายของคริสตจักรตามหนังสือกิจการคือการอธิษฐาน คริสตจักรควรเป็นสถานที่ที่ส่งเสริมให้มีการอธิษฐาน, สอนเรื่องการอธิษฐานและฝึกการอธิษฐาน หนังสือฟีลิปปี หนุนใจเราว่า อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้า ซึ่งเกินความเข้าใจทุกอย่าง จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์

คำสั่งอีกหนึ่งคำสั่งสำหรับคริสตจักรก็คือให้ประกาศพระกิตติคุณแห่งความรอดโดยทางพระเยซูคริสต์  คริสตจักรถูกเรียกให้สัตย์ซื่อในการแบ่งปันพระกิตติคุณโดยคำพูดและการกระทำ คริสตจักรสมควรที่จะเป็น ประภาคารในชุมชน ด้วยการนำผู้คนให้เข้ามาหาพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเรา คริสตจักรมีหน้าที่ทั้งประกาศพระกิตติคุณและเตรียมสมาชิกให้ประกาศพระกิตติคุณด้วย วัตถุประสงค์สุดท้าย ๆ บางข้อของคริสตจักรอยู่ในหนังสือยากอบ ธัมมะที่บริสุทธิ์ไร้มลทินต่อพระพักตร์พระเจ้าและพระบิดานั้น คือการเยื่ยมเยียนเด็กกำพร้าและหญิงม่ายที่มีความทุกข์ร้อน และการรักษาตัวให้พ้นจากราคีของโลก คริสตจักรควรจะมีหน้าที่ดูแลผู้ที่มีความทุกข์ร้อน ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่การแบ่งปันพระกิตติคุณเท่านั้นแต่รวมถึงการดูแลความทุกข์ร้อนฝ่ายร่างกายด้วย ตามความสมควรและความจำเป็น อีกทั้งคริสตจักรยังจะต้องมีหน้าที่เตรียมผู้เชื่อในพระคริสต์ให้พรักพร้อมด้วยอุปกรณ์ที่พวกเขาต้องการเพื่อมีชัยชนะเหนือความบาปและรักษาความเป็นอิสระจากมลภาวะในโลก ทั้งหมดนี้สามารถทำได้โดยการใช้หลักการข้างต้น นั่นคือการสอนพระคัมภีร์และการมีสามัคคีธรรมร่วมกันในหมู่คริสเตียน ดังนั้นจากที่ได้พูดไปแล้วทั้งหมดวัตถุประสงค์ของคริสตจักรคืออะไร ข้าพเจ้าชอบที่หนังสือ 1 โครินธ์ เขียนไว้ คริสตจักรคือ พระกายของพระเจ้า เราเป็นมือเป็นปากเป็นเท้าของพระองค์ในโลกนี้ เรามีหน้าที่ที่จะต้องทำสิ่งที่พระเยซูคริสต์จะทรงกระทำหากพระองค์ทรงอยู่บนโลกนี้ คริสตจักรมีหน้าที่ที่จะต้องเป็น คริสเตียนคือเหมือนพระคริสต์และติดตามพระคริสต์

Categories: การศึกษา

Comments Off on คริสตจักรจะต้องเป็นสถานที่สำหรับสามัคคีธรรมที่คริสเตียนสามารถใช้เวลาให้กับซึ่งกันและกัน

ได้รับเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์แล้ว ต้องทำอะไรต่อจากนี้

August 16th, 2015

คุณได้ตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิตของคุณแล้ว บางทีคุณอาจจะมีคำถามว่า แล้วต้องทำอะไรต่อจากนี้ ฉันจะเริ่มต้นการเดินทางไปกับพระเจ้าได้อย่างไร คุณจะทราบได้จาก 5 ขั้นตอนข้างล่างนี้ ซึ่งเป็นวิถีทางที่นำมาจากพระคัมภีร์ และเมื่อใดที่คุณมีคำถามเกี่ยวกับการเดินในวิถีทางนี้ของคุณ
1. คุณต้องมั่นใจว่าเข้าใจเรื่องการไถ่บาป
เชื่อในพระนามของพระบุตรของพระเจ้า เพื่อท่านทั้งหลายจะได้รู้ว่าท่านมีชีวิตนิรันดร์ พระเจ้าทรงประสงค์ให้เรามาเข้าใจเรื่องการไถ่บาปพระองค์ทรงต้องการให้เรามีความมั่นใจว่า เราได้รับความรอดอย่างแน่นอน เรามาดูประเด็นสำคัญ ๆ ของเรื่องการไถ่บาปด้วยกันดีกว่า :
(ก) เราทุกคนมีความบาป เราได้กระทำสิ่งที่ทำให้พระเจ้าเสียพระทัย พระธรรม
(ข) เพราะความบาปของเราสมควรได้รับโทษโดยถูกตัดขาดจากพระเจ้าตลอดกาล พระธรรม
(ค) พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อรับโทษบาปแทนเรา พระธรรม พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อรับโทษทัณฑ์ทั้งหมดที่เราสมควรได้รับและการฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นใหม่ เป็นสิ่งพิสูจน์ว่าความตายที่พระเยซูทรงรับไว้นั้นเพียงพอสำหรับการไถ่โทษบาปของเราแล้ว
(ง) พระเจ้าทรงให้อภัยและไถ่ชีวิตทุกคนที่มีความเชื่อในพระเยซูโดยที่เราได้เชื่อวางใจว่าพระองค์ทรงรับโทษบาปแทนเราที่ความตายนั้นแล้ว พระธรรม

นั่นคือข้อความที่เกี่ยวกับการไถ่บาป หากคุณเชื่อว่า พระเยซูคริสต์คือองค์พระผู้ช่วยให้รอดคุณก็ได้รับความรอดแล้ว ความบาปทั้งหมดของคุณ ก็จะได้รับการให้อภัยและพระเจ้าทรงสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งคุณ จำไว้ว่า คุณได้รับการไถ่ให้รอดแล้วในองค์พระเยซูคริสต์ ไม่มีใครแย่งชิงเอาไปได้ถ้าคุณได้ไว้วางใจในพระเยซูว่าเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณแล้ว..เพียงเท่านั้น คุณก็จงมั่นใจได้ว่าคุณจะได้มีชีวิตนิรันดร์กับพระเจ้าในสวรรค์อย่างแน่นอน

2. หาคริสตจักรดี ๆ ที่สอนพระคำของพระเจ้า
อย่าเข้าใจว่าคริสตจักรคือตัวอาคารสถานที่ แต่คริสตจักรคือเหล่าผู้เชื่อ..เป็นสิ่งสำคัญมากที่ผู้เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์จำเป็นต้องมีการสามัคคีธรรมซึ่งกันและกัน นี่คือวัตถุประสงค์หลักอย่างหนึ่งของคริสตจักร เมื่อคุณมีความเชื่อในพระเยซูคริสต์แล้ว เราขอหนุนใจให้คุณหาคริสตจักรที่เชื่อตามพระคัมภีร์ในพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่ และให้คุณคุยกับศิษยาภิบาลประจำที่นั่น..บอกให้ท่านทราบถึงความเชื่อใหม่ของคุณที่มีในองค์พระเยซูคริสต์
3. จัดเวลาในแต่ละวันสำหรับพระเจ้า
เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเราที่จะจัดเวลาในแต่ละวันสำหรับเรากับพระเจ้า บางคนเรียกช่วงเวลานี้ว่า “การเฝ้าเดี่ยว” บ้างก็เรียกว่า “การสนทนากับพระเจ้า” เพราะนี่คือเวลาส่วนตัวของเรากับพระเจ้า บางคนใช้เวลาในช่วงเช้าตรู่ บางคนใช้เวลาช่วงเย็น สิ่งสำคัญของการใช้เวลากับพระเจ้านี้ไม่ได้อยู่ที่เราเรียกช่วงเวลานั้นว่าอะไร หรือใช้เวลาเมื่อใด แต่อยู่ที่เราได้ใช้เวลานี้เป็นประจำกับพระองค์..แล้ว คุณจะใช้เวลากับพระเจ้าในการทำสิ่งใดบ้าง
4. มีสายสัมพันธ์กับบุคคลที่สามารถพัฒนาช่วยเหลือคุณในฝ่ายจิตวิญญาณได้
พระธรรม กล่าวไว้ว่า “ อย่าหลงเลย การคบคนชั่วย่อมเสียนิสัย ” พระคัมภีร์นั้นเต็มไปด้วยคำเตือนเกี่ยวกับอิทธิพลของคนชั่วที่อาจส่งผลต่อเราได้ การใช้เวลากับคนที่กระทำชั่วจะเป็นสิ่งที่ยั่วยุและนำเราให้หลงไปกระทำการนั้นได้ นิสัยของคนที่อยู่รอบตัวเรา ย่อมจะติดตัวเรามา นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่เราจะต้องอยู่ในท่ามกลางบุคคลอื่น ๆ ที่รักและถวายตัวให้กับพระเจ้า
5. รับบัพติศมา
คนเป็นจำนวนมากเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรับบัพติศมา คำว่า “ บัพติศมา ” แปลว่า จุ่มลงน้ำ บัพติศมาเป็นศัพท์ทางพระคัมภีร์ ในการประกาศความเชื่อใหม่ที่คุณมีในพระคริสต์ และคำมั่นสัญญาว่าคุณจะติดตามพระองค์ การจุ่มลงน้ำแสดงถึงการที่เราฝังตัวเก่าไปกับพระคริสต์ และการที่เราขึ้นมาจากน้ำนั้น เป็นภาพของการมีชีวิตใหม่ดุจการฟื้นคืนพระชนม์ของพระคริสต์ การได้รับบัพติศมาจึงเป็นการแสดงตนว่า คุณได้ตายไปกับพระคริสต์ ถูกฝังกับพระองค์ และเป็นขึ้นมากับพระองค์แล้ว

Categories: การศึกษา

Comments Off on ได้รับเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์แล้ว ต้องทำอะไรต่อจากนี้

คริสเตียนจึงบอกว่าพระเยซูเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะไปสวรรค์ได้

July 15th, 2015

หลายๆคนคงจะชินกับภาพที่คริสเตียนพยายามเล่าเรื่องพระเจ้าและชวนให้อีกหลายๆคนมาเชื่อ แล้วคงจะมีคำถามว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น คำตอบง่ายๆก็คือเป็นคำสั่งของพระเจ้าที่ให้เราประกาศ ให้เราบอกเล่าเรื่องราวความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ ให้เราชี้ทางไปสู่สวรรค์ให้กับคนที่ยังไม่รู้ว่าเมื่อต้องจากโลกนี้ไปแล้วจะไปอยู่ที่ไหน เหตุผลที่พระเจ้าสั่งให้เราทำเช่นนั้นก็เพราะความรักของพระองค์ที่มีต่อมนุษย์ พระเจ้าไม่อยากเห็นใครคนใดคนหนึ่งต้องตกนรก พระองค์จึงจำเป็นที่จะต้องบอกเรื่องราวของพระองค์ให้มนุษย์ได้รับรู้มากที่สุด เพื่อคนเหล่านั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

ถ้าพูดตามหลักของความเป็นจริงแล้วคงเป็นไปไม่ได้ที่ทุกๆศาสนาจะนำเราเข้าสู่สวรรค์ เพราะศาสนาคริสต์บอกว่าพระเยซูเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะไปสวรรค์ได้ ศาสนาอิสลามบอกว่าพระอัลเลาะห์ทรงเป็นพระเจ้า ถ้าหากบอกว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าหรือมีพระเจ้าอื่นนอกเหนือจากพระอัลเลาะห์จะต้องถูกลงโทษ ศาสนาพุทธก็ได้กล่าวไว้ว่าการทำดีนั้นสามารถนำเราไปสู่นิพพานได้ จะเห็นได้ว่าหนทางไปสวรรค์ของแต่ละศาสนานั้นแตกต่างกัน และเป็นไปไม่ได้ที่ทุกศาสนาจะนำเราไปสวรรค์ได้ เพราะต่างขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ถ้าเช่นนั้นอะไรเป็นเหตุผลที่คริสเตียนถึงกล่าวว่าทางพระเยซูเท่านั้นที่จะนำเราไปสวรรค์ได้ การเกิดในครอบครัวคริสเตียนไม่ได้หมายความว่าคนๆนั้นจะเป็นคริสเตียน วัฒนธรรมหรือเชื้อชาติก็ไม่ได้กำหนดว่าคนๆนั้นจะต้องรู้จักพระเจ้า คนที่จะเป็นคริสเตียนได้ก็คือคนที่มีประสบการณ์กับพระเจ้าและรู้จักพระองค์เป็นการส่วนตัวเท่านั้น คริสเตียนแตกต่างจากศาสนาอื่นตรงที่ว่า คริสเตียนบอกว่าเราไม่สามารถทำดีใดๆได้เลยเพื่อที่จะได้เข้าสู่สวรรค์ เพราะเราทำดีเท่าไรก็ยังไม่ถึงมาตรฐานที่พระเจ้ากำหนดไว้ แม้ว่าเราจะทำดีทุกวัน แต่ก็อย่าลืมว่าเราก็ยังทำบาปได้ทุกๆวันเหมือนกัน (ความบาปที่ว่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นบาปใหญ่โตร้ายแรง แค่เราโกหก คิดไม่ดี สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนแต่เป็นบาปทั้งสิ้น)ศาสนาอื่นๆสอนว่าให้เราทำดีเพื่อจะได้เข้าสู่สวรรค์ได้ แต่ในความเป็นจริงเรายังคงทำบาปทำชั่วทุกๆวัน และหากเป็นอย่างนี้เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจะเข้าสวรรค์ได้ แต่สำหรับคริสเตียนนั้น ความบาปของเราพระเยซูได้ชดใช้บาปแทนเราแล้วโดยการตายบนไม้กางเขนและฟื้นขึ้นอีกครั้งในวันที่สาม เพราะพระองค์รู้ดีว่ามนุษย์ไม่มีทางทำดีจนถึงมาตรฐานของพระเจ้าได้เลย และการทำดีก็ไม่สามารถลบล้างความบาปที่เรากระทำได้ ดังนั้นนอกจากการช่วยเหลือของพระเยซูแล้วไม่มีมนุษย์คนใดสามารถเข้าสู่สวรรค์ได้เลย และนี่จึงเป็นที่มาของคริสเตียนที่บอกว่าพระเยซูทรงเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะพาเราเข้าสู่สวรรค์ได้ อย่างไรก็ตามการเป็นคริสเตียนไม่ได้หมายความว่าพวกคริสเตียนนั้นมีสิทธิหรือเหนือกว่าคนอื่นๆ เพราะพระคัมภีร์ได้บอกไว้อย่างชัดเจนว่าทั้งพวกคริสเตียนและพวกที่ไม่ใช่คริสเตียนนั้นต่างก็เหมือนกัน คือเป็นคนบาปทั้งสิ้นและต้องการการช่วยเหลือให้รอดจากบึงไฟนรก ซึ่งการจะรอดได้นั้นก็โดยพระคุณของพระเจ้าเท่านั้น ไม่ใช่เกิดจากการเป็นคนเคร่งศาสนาหรือเกิดจากการกระทำของเราเอง

Categories: การศึกษา

Tags: , Comments Off on คริสเตียนจึงบอกว่าพระเยซูเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะไปสวรรค์ได้

Feed

http://www.sendas.ws /